Title : Kadaj's Wicked Plan
Author : BeeJang
************************
Author : BeeJang
************************
เด็กผู้หญิงตัวน้อยกับตาแก่ยืนมองตู้ไม้ใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ติดผนังอย่างหวนระลึก
ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
รอบด้านมืดลงเรื่อย ๆ
แต่แล้วตู้ไม้พิศวงก็เรืองแสง
พร้อมกับมีเกล็ดหิมะหล่นรอดออกมาจากประตูตู้
แล้วชื่อผู้กำกับก็ขึ้นมา
พร้อมกับเสียงปรบมือดังลั่น
“สนุกจังเลย”
ลอซปรบมือเสียงดังลั่น
หันไปหายาซูที่นั่งข้าง ๆ
“ใช่ หนังดีจัง
ว่าไหม?”
ยาซูยิ้มตอบ
“อยากหลงไปอยู่โลกนาร์เนียบ้างจัง
น่าจะสนุกเนอะ”
“ใช่ อยากขี่สิงโตจังเลย!”
ลอซกล่าว หันไปทางคาดาจบ้าง
“เนอะ!”
แต่คาดาจไม่ได้ตอบ
เขานั่งนิ่ง ท่าทีเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างในใจ
ตาสีเขียวจ้องเขม็งไปยังจอทีวีที่มีรายชื่อนักแสดงขึ้นเป็นพรืด
พอลอซเอาศอกสะกิดคาดาจ
เขาก็เหลือบมองพี่ชายคนโตอย่างพินิจพิเคราะห์
แลสายตาไปยังยาซูที่เอียงคอมองอย่างฉงนใจ
คาดาจถอนใจ ทำหน้าซึมแสนเศร้านัก
“เป็นอะไรไปน่ะ
ทำไมหน้างอแบบนั้นล่ะ”
ยาซูปราดเข้ามากอดคาดาจ
คาดาจส่ายหน้า
ก่อนซึมหนักกว่าเดิม
เอนศีรษะพิงอกยาซู
ยาซูที่งงหนักขึ้นกว่าเก่า
ยกมือลูบหัวน้องชายอย่างอ่อนโยน
พลางส่งสายตาฉงนงงงวยไปยังลอซและเรโนที่นั่งจ้องอย่างงงไม่แพ้กัน
“คิดถึงคุณพ่อคุณแม่หรือครับ”
เรโนกล่าว ขยับขึ้นไปนั่งข้าง
ๆ น้องชายของคนรัก
เอามือลูบหัวสีเงินอย่างเอ็นดู
คาดาจเงยหน้ามองเรโน
ส่งสายตาวิบวับเหงาหงอยจับใจ
แล้วก็โผไปกอดเรโน
คลอเคลียอิงแอบพี่เขยคนดีอย่างรักใคร่
“เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ก็คงกลับแล้วล่ะครับ
อย่าห่วงไปเลยนะ” ยาซูกล่าวยิ้ม
ๆ ดีใจที่เรโนห่วงใยและรู้ใจคาดาจ
น้องชายสุดที่รักดีนัก
จากที่เกิดเรื่อง
เซฟิรอธทำตัวเหลวไหล
จนวินเซนต์โกรธจัด
บินหนีจากไปตรงหน้าบาร์ของทิฟาเมื่อคืนก่อน
พวกเขาก็เป็นห่วงวินเซนต์นัก
กลัวว่าคุณแม่จะแง่งอนจนไม่ยอมกลับบ้าน
แต่แล้วเซฟิรอธก็บินตามไป
แล้วก็ปรับความเข้าใจกันได้ด้วยดี
วินเซนต์โทรบอกยาซูว่าไม่ต้องเป็นห่วง
พวกเขากำลังจะกลับบ้าน
คงจะถึงก่อนค่ำ ทันอาหารเย็น
ยาซูสะกิดลอซให้ไปช่วยเตรียมอาหารค่ำ
เขาปล่อยให้เรโนเล่าเรื่องตลกให้คาดาจฟัง
เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากน้องชายได้เป็นอย่างดี
**************************
อาหารค่ำมื้อนั้นอบอุ่นเช่นเคย
เซฟิรอธกับวินเซนต์กลับบ้าน
ร่วมโต๊ะอาหารกันอย่างคึกครื้นสนุกสนาน
คาดาจแม้จะยิ้ม แต่ก็พูดน้อยมากนัก
แถมยังแอบลอบถอนใจอยู่เรื่อย
ๆ จนวินเซนต์จับสังเกตความผิดปกติของบุตรชายบุญธรรมคนเล็กได้
ปกติคาดาจยิ้มแย้มร่าเริง
หยอกแกล้งลอซเป็นประจำ
แต่วันนี้คาดาจเงียบจนผิดสังเกต
จนเมื่อวินเซนต์ขึ้นไปกล่าวราตรีสวัสดิ์กับคาดาจที่เตียง
“วันนี้เงียบ ๆ
ไปนะครับ เป็นอะไรหรือเปล่าเอ่ย?”
วินเซนต์กล่าวเสียงอ่อนโยน
ลูบหัวคาดาจอย่างรักใคร่
คาดาจส่ายหน้า
“ผมคิดถึงคุณแม่ครับ
เป็นห่วงด้วย กลัวป๋าจะแกล้งคุณแม่”
คาดาจกล่าว อิงใบหน้ากับอุ้งมืออุ่นของวินเซนต์
“โถ เด็กเอย”
วินเซนต์จูบหน้าผากคาดาจ
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก
ฉันดูแลตัวเองได้
ไม่ยอมให้เจ้าหมอนั่นมาแกล้งหรอก”
คาดาจหัวเราะคิก
“ผมรู้ฮะ ยังไงป๋าก็ต้องยอมคุณแม่
เพราะป๋ารักคุณแม่คนเดียว”
คาดาจยิ้มกว้างเมื่อเห็นสีเลือดฝาดเจือบนใบหน้าหล่อคมของวินเซนต์
“ปากดีนักนะเรา
นอนได้แล้วครับ” วินเซนต์กล่าว
จับผ้าห่มดึงคลุมคาดาจให้เรียบร้อย
แล้วจึงจูบหน้าผากคาดาจอีกครั้ง
“หลับฝันดีนะครับ”
“แม่ก็เหมือนกันนะครับ”
คาดาจตอบ วินเซนต์ยิ้มอ่อนโยนให้คาดาจ
แล้วก็ลุกจากเตียง
คาดาจร้องเรียกวินเซนต์
“เอ่อ แม่ฮะ … “
วินเซนต์หันกลับมามองคาดาจ
เอนคอนิด ๆ เส้นผมสีดำพลิ้วสลวย
“ว่าไงครับ?”
“เอ่อ … เปล่าครับ
… ราตรีสวัสดิ์นะครับ”
คาดาจกล่าว
วินเซนต์เลิกคิ้วนิด
ๆ แต่ก็ไม่ได้คาดคั้น
เขายิ้มหวานให้บุตรชาย
ก่อนจะออกไปนอกห้อง
สวนกับเซฟิรอธที่กำลังจะเข้าไปกล่าวราตรีสวัสดิ์กับคาดาจพอดี
“คาดาจเป็นอะไรก็ไม่รู้
เหมือนกังวลอะไรสักอย่าง
แต่ไม่ยอมบอกฉัน นายลองไปถาม
ๆ ลูกดูหน่อยนะ” วินเซนต์กล่าว
เซฟิรอธรับคำ แล้วก็เข้าไปหาคาดาจในห้อง
**********************
“ว่าไง สุดหล่อ
แหม วันนี้หล่อเหมือนพ่อเลย!”
เซฟิรอธเอ่ยทักทายคาดาจที่หัวเราะคิก
เขานั่งลงบนเตียง
ตรงที่วินเซนต์นั่งเมื่อครู่
ไออุ่นของคนรักยังอยู่
สร้างความอบอุ่นใจให้เขานัก
“วันนี้เป็นเด็กดีหรือเปล่าน่ะเรา?”
คาดาจพยักหน้า
ส่งสายตาวิบวับใสบริสุทธิ์ให้บิดา
“วันนี้นั่งดูหนังนาร์เนียกับพี่
ๆ ครับ สนุกจังเลยครับป๋า
พี่น้องสี่คนเดินเข้าตู้เสื้อผ้าแล้วไปโผล่ในโลกนาร์เนีย
มีสิงโตตัวโตกับแม่มดขาวน่ากลัวด้วยครับ”
“เหรอลูก สนุกใช่ไหมเอ่ย
เดี๋ยวพรุ่งนี้ชวนวินเซนต์ดูบ้างดีกว่า
นั่งดูด้วยกันอีกรอบไหมลูก”
“ก็ดีครับ
ผมชอบตอนที่พี่น้องรักกันจังครับ”
คาดาจพึมพำ
เซฟิรอธยิ้ม
เอามือโต ๆ
ขยี้หัวสีเงินของบุตรชายคนเล็กอย่างรักใคร่
เขาจับสังเกตประกายตาเหงา
ๆ ในนัยน์ตาสีเขียวของคาดาจได้
แน่ใจว่าคาดาจต้องมีอะไรในใจแน่
ๆ แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยถาม
คาดาจก็เป็นฝ่ายตกลงใจพูดออกมาก่อน
“เอ่อ ป๋าครับ …
ผม … “
“ว่าไงครับ?”
เซฟิรอธยิ้มอ่อนโยนให้บุตรชายเป็นเชิงยืนยัน
“ผม … เอ่อ …
ผมอยากได้ … “
รอยยิ้มยังค้างอยู่บนริมฝีปากของเซฟิรอธ
“อยากได้อะไรครับ เดี่ยวพ่อจะหามาให้”
“จริงนะครับ
ป๋าสัญญานะครับ”
“สัญญาครับ!
เอ้า บอกพ่อได้ยัง
ว่าอยากได้อะไร?”
คาดาจยิ้มกว้างเมื่อเซฟิรอธเปิดไฟเขียว
เขาผุดลุกขึ้น
โผไปกอดเซฟิรอธอย่างออดอ้อนออเซาะ
“ผมอยากได้น้องชายครับป๋า
น้องสาวก็ได้ ป๋าหาน้องให้ผมสักคนได้ไหมครับ!”
********************
เซฟิรอธเดินอึ้ง
ๆ กลับห้องนอนของตัวเอง
เห็นวินเซนต์กำลังนั่งพิงหัวเตียงอ่านหนังสือ
แล้วก็เงยหน้าขึ้นเมื่อเขาเข้ามาในห้อง
“เป็นไง คาดาจว่าไงบ้าง?”
“เอ่อ นิดหน่อยน่ะ
ลูกอยากได้ … “ เซฟิรอธกล่าวและก็หยุดไป
เขาขยับตัวมานั่งบนเตียงข้างวินเซนต์และก็จ้องคนรักด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง
“ว่าไง คาดาจอยากได้อะไร?”
วินเซนต์เลิกคิ้ว
ชักฉงนใจกับสายตาของเซฟิรอธ
“ลูกอยากมีน้อง”
“หา?”
“ฉันสัญญาไปแล้วว่าจะหาน้องให้คาดาจ”
เซฟิรอธขยับตัวมาใกล้วินเซนต์มากขึ้น
จ้องดวงตาสีแดงเพลิงอย่างรักใคร่
“แล้ว … นายตอบไปว่าไง
… “ วินเซนต์อึ้ง
“ฉันก็สัญญากับลูกน่ะสิ”
เซฟิรอธกล่าว น้ำเสียงเริ่มกดต่ำด้วยแรงอารมณ์
“ว่าจะหาน้องมาให้”
“เฮ้ย แต่ฉัน …
“วินเซนต์แย้งเมื่ออ้อมแขนของเซฟิรอธโอบรอบตัวเขา
ดึงร่างบางแนบอก วินเซนต์ขืนตัวสุดกำลัง
กำลังจะกล่าวต่อ แต่เซฟิรอธขัดขึ้น
“ฉันสัญญาไว้แล้ว
ต้องรักษาสัญญา” เซฟิรอธจ้องวินเซนต์
“เดี๋ยว เซฟิรอธ
นายลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็น
… “
“ฉันรักนายวินเซนต์!”
เซฟิรอธไม่รับฟังคำเอ่ยปรามหรือท่าทีขัดขืนของวินเซนต์
เขาจูบวินเซนต์ เร่าร้อน
รุนแรง แต่ก็หวานล้ำ ดูดดื่ม
เล่นเอาคนที่ดิ้นรนในอ้อมแขนนิ่งงันและอ่อนแรงไปได้แทบทันที
มือของเซฟิรอธเลื่อนเข้าในเสื้อของวินเซนต์
แตะต้องผิวกายที่เขาคุ้นเคยอย่างหลงใหล
ก่อนจะดึงเสื้อของวินเซนต์ที่เกะกะขวางทางออกไป
พร้อมกับปลดเสื้อคลุมของตนเองทิ้งไปด้วย
แล้วก็รั้งร่างบางเบียดกาย
จนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นร่ำผ่านแผ่นอกที่แนบชิด
เมื่อเซฟิรอธเอนกายแทบทับลงมา
วินเซนต์ก็ลืมคำพูดทุกอย่างที่จะพูดกับเซฟิรอธก่อนหน้านี้หมดสิ้น
ภวังค์รักสีเงินอันร้อนแรงทำให้ทุกคำที่อยากพูดออกมากลายเป็นเสียงครวญคราง
เซฟิรอธฝังใบหน้ากับผิวกายร้อนรุ่มของวินเซนต์
ซุกไซ้ข้างหูเนิ่นนาน
ขบกัดปลายหูเย้าแหย่ให้คนรักป่วนใจเล่น
ลากไล่ริมฝีปากอย่างชำนิชำนาญจนทั่วร่างที่เขาครอบครองเป็นเจ้าของ
เซฟิรอธผุดขึ้นมานั่งบนเตียง
พลางดึงวินเซนต์มานั่งบนตัก
ขยับกายโลดแล่นไปพร้อมกัน
เซฟิรอธอมยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าแดงระเรื่อของวินเซนต์
ยามอยู่ในอารมณ์เช่นนี้
วินเซนต์ช่างงดงามนัก
เร่าร้อนดังเปลวเพลิงที่เขายินยอมถูกแผดเผามอดไหม้ไปพร้อมกันด้วย
ขอเพียงได้ครอบครองเป็นเจ้าของเพลิงร้อนอันน่าปรารถนานี้
มันเริ่มด้วยจูบอันเร่าร้อน
และจบลงพร้อมกับจูบอันอ่อนหวาน
เมื่อลมหายใจกลับเป็นปกติ
วินเซนต์ก็เงยหน้าจากอ้อมอกของเซฟิรอธ
ชกไปที่หน้าท้องของร่างแกร่ง
เรียกเสียงร้องดังลั่นทั้งที่เขาก็ไม่ได้ชกแรงอะไรเลย
“ชกฉันทำไม?”
เซฟิรอธโอดครวญ
“ฉันยังพูดไม่จบ
นายหาเรื่องเปลี่ยนหัวข้ออีกแล้ว!”
วินเซนต์คำราม
“เปลี่ยนหัวข้อที่ไหนกัน
เปล่าซะหน่อย ก็คาดาจอยากได้น้อง
ฉันก็ต้องหาน้องให้คาดาจไง”
วินเซนต์จ้องเซฟิรอธราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“นายจะบ้าเหรอ ฉันเป็นผู้ชายนะ
จะท้องได้ยังไง!”
เซฟิรอธอึ้งไปขณะหนึ่ง
ก่อนจะทำท่าประหนึ่งเพิ่งนึกได้
เขาเอียงคออาย ๆ ทำตัวน่ารักน่าเอ็นดู
แต่กลับน่าหมั่นไส้ที่สุดในสายตาของวินเซนต์
“ฉันลืมไปน่ะ
ขอโทษที” เซฟิรอธหัวเราะแฮะ
ๆ “ก็แหม นายสวยยิ่งกว่าผู้หญิงอีก
ฉันก็ลืมไปน่ะ”
“ของแบบนี้ลืมกันได้ด้วยเหรอ”
วินเซนต์พึมพำ ก่อนจะนึกขึ้นได้
เขาหรี่ตามองเซฟิรอธอย่างไม่ไว้ใจ
“หรือนายแกล้งทำเป็นลืม
แล้วหาเรื่องมากอดฉัน
แบบคราวก่อนที่หาเรื่องทำให้ฉันหมดแรงแล้วแอบหนีไปดื่มยังงั้นหรือเปล่า!”
“ไม่ใช่นะ โธ่
อย่าเข้าใจผิดสิ” เซฟิรอธตาโตตกใจ
เขารีบคว้าวินเซนต์มากอดแน่น
ก่อนที่คนรักจะลิมิตเบรก
แปลงร่างเป็นปีศาจมาตะปบเขา
ร่างในอ้อมแขนดิ้นรน
กระฟัดกระเฟียด
จิกข่วนแขนแกร่งที่กอดรัดร่างบางอยู่
เมื่อเห็นท่าไม่ดี
เซฟิรอธก็เอนกายทับวินเซนต์
พลางซุกริมฝีปากจูบดะไปทั่ว
เขารู้สึกว่าร่างในอ้อมแขนขัดขืนแรงมากกว่าเก่าเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะถูกทำอะไร
เซฟิรอธก็เลยต้องกอดรัดวินเซนต์แน่นเข้า
จูบให้นานขึ้น หวานล้ำและดูดดื่ม
การดิ้นรนเพลาลง
จนกลายเป็นโอนอ่อนและยอมตาม
ยินยอมหลงอยู่ในภวังค์สีเงินแสนร้อนแรงอีกครั้ง
************************
เช้าวันต่อมา
เซฟิรอธเดินหัวยุ่งมานั่งที่โต๊ะอาหาร
ใบหน้าและร่างกายมีรอยเล็บข่วนเต็มไปหมด
วินเซนต์เหลือบสายตามองเซฟิรอธแวบเดียว
ก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ
พร้อมกับใบหน้าแดงระเรื่อ
ยาซูกับเรโนเลิกคิ้ว
สายตาไม่อาจละไปจากรอยข่วนที่ผิวกายขาว
ๆ ของเซฟิรอธ
“แม่ … เอ๊ย
แมวข่วนน่ะ” เซฟิรอธอ้อมแอ้มพึมพำ
เมื่อเห็นสายตาคำถามของยาซูกับเรโน
“บ้านเรามีแมวด้วยเหรอ?”
เรโนเผลอถามออกมา
ยาซูศอกไปยังซี่โครงของเรโน
พลางพยัดเพยิดไปยังวินเซนต์ที่หน้าแดงหนักขึ้น
แล้วคาดาจก็วิ่งตึงตังลงมา
เขาโผไปกอดคอวินเซนต์
หอมแก้มคุณแม่อย่างแสนรัก
แล้วก็ผละไปกอดเซฟิรอธอย่างยินดีสุดขีด
หอมแก้มทักทายอรุณสวัสดิ์บิดา
แล้วก็วิ่งไปนั่งที่ของตนเอง
“เอ วันนี้ดูสดชื่นจังนะ
มีอะไรเหรอ คาดาจ?”
ยาซูเอียงคอมองน้องชาย
คาดาจฉีกยิ้มกว้าง
“ป๋าสัญญาว่าจะหาน้องชายมาให้ฉันล่ะ
ดีใจจังเลย ฉันจะมีน้องแล้ว
เย้!”
ยาซูกับเรโนมองหน้ากันอย่างงุนงง
เหลือบมองวินเซนต์กับเซฟิรอธ
เลยสายตาไปยังรอยข่วนเต็มตัว
แล้วพวกเขาก็เข้าใจเรื่องทั้งหมด
*************************
พอกินอาหารเช้าเสร็จ
เซฟิรอธกับวินเซนต์ก็นั่งดูหนังนาร์เนียด้วยกันสองคนที่ห้องนั่งเล่น
เซฟิรอธพยายามโอบไหล่ อิงแอบ
กอดรัด หาโอกาสนัวเนียคนรักบ่อยครั้ง
แต่วินเซนต์กลับเรียกคาดาจมานั่งตรงกลาง
เป็นตัวขวางไม่ให้เซฟิรอธทำอะไรรุ่มร่าม
คาดาจที่กำลังอารมณ์ดี
นั่งดูหนังเรื่องโปรดกับคุณพ่อคุณแม่อย่างมีความสุข
พอหนังจบ
เซฟิรอธกับวินเซนต์ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมคาดาจอยากมีน้อง
ในหนังนาร์เนีย
กล่าวถึงพี่น้องสี่คนที่เข้าไปอยู่ในโลกนาร์เนียผ่านทางตู้เสื้อผ้าพิศวง
แม้ว่าจะมีขัดแย้งและความเห็นไม่ลงรอยกันด้วยความดื้อรั้นถือดีตามประสาเด็ก
ๆ แต่พี่น้องก็ยังรักใคร่กลมเกลียว
และยอมให้อภัยกันและกัน
นี่อาจสร้างความประทับใจให้คาดาจและสร้างความเข้าใจในตัวลอซ
และยาซู พี่ชายของตนเองว่าพวกเขารักตนมากแค่ไหน
คาดาจคงอยากมอบความรักให้คนเป็นน้องบ้าง
ถึงนึกอยากมีน้องแบบคนอื่นเขา
เซฟิรอธดึงวินเซนต์ขึ้นไปที่ห้องเพื่อจะได้คุยกันเงียบ
ๆ เขาล็อคห้องเพื่อไม่ให้ลูก
ๆ พรวดพราดเข้ามา
ระหว่างที่ผู้ใหญ่คุยกัน
วินเซนต์กอดอกจ้องเซฟิรอธอย่างไม่ไว้ใจ
พลางหยิบเซอร์เบอรัสมาวางไว้ใกล้
ๆ ตัว เผื่อจะหยิบใช้จะได้สะดวกมือ
“จะเอาไงดีล่ะ
ทีนี้ คาดาจท่าจะเอาจริงนะ”
วินเซนต์ถาม เซฟิรอธยักไหล่
“ไม่รู้สิ”
เซฟิรอธตอบ แต่ท่าทางดูจะไม่ค่อยเดือนร้อนเท่าไร
พลางยิ้มกระลิ้มกระเหลี่ยเจ้าเล่ห์ใส่วินเซนต์
อยู่กับสองต่อสอง ห้องก็ล็อค
ลูก ๆ อยู่ข้างล่าง
เดี๋ยวก็คงออกไปวิ่งเล่นข้างนอก
บรรยากาศช่างเป็นใจนัก
แถมเมื่อคืนพวกเขาก็คลอเคลียอิงแอบกันแทบทั้งคืน
อารมณ์หวานยังค้างอยู่
อยากจะสานต่อเสียเหลือเกิน
“แล้วนายไปสัญญาแบบนั้นกับคาดาจได้ไงเนี่ย”
วินเซนต์ส่ายหน้า
“ก็ลูกอยากได้นี่นา
ฉันก็ต้องสัญญาสิ เดี๋ยวลูกเสียใจนะ?”
เซฟิรอธไม่พูดอย่างเดียว
ยังขยับมากอดวินเซนต์ทางด้านหลัง
เอาใบหน้ามาวางแหมะตรงไหล่ของวินเซนต์
พ่นลมหายใจใส่หูของคนรักให้วาบหวิวเล่น
“สัญญาแต่ทำให้ไม่ได้
ไม่ยิ่งเสียใจกว่าหรือไง?”
วินเซนต์แย้ง พยายามเบี่ยงตัวหนี
แต่ไม่สำเร็จ วงแขนแข็งแกร่งกอดรัดร่างบางแนบอก
“นี่ ปล่อยนะ
ฉันคิดว่านายอยากจะคุยกับฉันเรื่องคาดาจอยากมีน้อง
ไม่ใช่เรียกขึ้นมาทำแบบนี้นะ!”
เซฟิรอธจูบซอกคอวินเซนต์
มือเลื่อนเข้าไปในเสื้อ
แตะต้องผิวกายน่าสัมผัส
“น่า มันก็เรื่องเดียวกันนี่ล่ะ”
“ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย”
วินเซนต์บ่นอุบ “นี่ ปล่อยได้แล้ว
กลางวันแสก ๆ จะทำอะไรน่ะ”
“แหม ไม่รู้จริงเหรอ
เดี๋ยวเฉลยให้เอาไหม?”
เซฟิรอธแหย่ เอนกายแนบชิด
หอมแก้มขาวนวลของวินเซนต์ฟอดใหญ่
เล่นเอาร่างบางในวงแขนแทบระทวย
แต่ความร้อนใจเยอะกว่า
วินเซนต์จึงคำรามขู่
จิกเล็บเข้าไปตรงท่องแขนของเซฟิรอธที่รัดตนเองอยู่
“อยากมีรอยข่วนเพิ่มอีกรอยใช่ไหม?”
วินเซนต์คำราม เซฟิรอธพึมพำขัดใจ
แต่ก็จำยอมปล่อยวินเซนต์
“ล้อเล่นนิดเดียว
อย่าโกรธสิวินเซนต์”
เซฟิรอธกล่าว ทำน้ำเสียงออดอ้อน
“ไม่ใช่ตอนนี้น่า”
วินเซนต์ส่ายหน้าอย่างเหลือทน
“จะเอายังไงเรื่องคาดาจดี
ลงไปขอโทษลูกดีกว่า
ถ้าคิดอะไรไม่ออกแล้ว”
เซฟิรอธยักไหล่
พลางสำนึกผิดเหมือนกันที่ไปรับปากโดยไม่ได้คิดให้รอบคอบ
แต่ก็อีก บางที หากเขาพาวินเซนต์ไปที่ชินระ
นักวิจัยของรูฟัสอาจหาวิธีให้วินเซนต์ท้องได้ก็ได้
แต่ดูท่าทีแล้ว วินเซนต์คงจะไม่ยอมแน่
ๆ ว่าแล้วเซฟิรอธก็ชวนวินเซนต์ลงไปหาคาดาจ
ขอโทษลูกคงเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดแล้ว
เดี๋ยวคาดาจก็ลืม
แล้วคงอยากได้ของเล่นใหม่อย่างอื่นแทน
**************************
เมื่อลงมาข้างล่าง
เซฟิรอธกับวินเซนต์ก็ต้องเลิกคิ้วสูง
แล้วก็มองหน้ากันอย่างงุนงงกับภาพตรงหน้า
คาดาจกับนั่งต่อจิ๊กซอว์เล่นกับเดนเซลและมาร์ลีน
หัวเราะสนุกสนานมีความสุขตามประสาเด็ก
ๆ เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินลงมา
คาดาจก็กระโดดเข้าไปกอดวินเซนต์
เอาหน้าซุก ๆ อ้อมอกคุณแม่ที่รักอย่างรักใคร่
“รักคุณแม่ที่สุดเลย
ป๋าด้วย ขอบคุณนะครับที่หาน้องมาให้ผม
ดีใจที่สุดเลยครับ” คาดาจกล่าว
วินเซนต์ขมวดคิ้วหนักขึ้น
“น้อง?”
วินเซนต์เปรย
“ก็น้องเดนเซล
กับน้องมาร์ลีนไงครับ!”
คาดาจกล่าว กระโดดหอมแก้มวินเซนต์
แล้วก็โผไปกอดเซฟิรอธ
หอมแก้มป๋าสุดที่รักอีกหนึ่งฟอด
จากนั้นก็วิ่งไปนั่งเล่นกับน้องชายและน้องสาวคนใหม่อย่างสนุกสนาน
เซฟิรอธกับวินเซนต์มองหน้ากัน
ยังงง ๆ อยู่ แล้วมือถือของวินเซนต์ก็ดังขึ้น
ทิฟาส่ง SMS มาหา
“ฝากเด็ก ๆ
ไว้กับนายสักสองสามวันนะ
ฉันต้องไปช่วยคลาวด์ส่งของ
ออเดอร์เข้ามาเยอะมาก
คลาวด์ส่งไม่ทัน เด็ก ๆ
ชอบอยู่กับนาย บอกว่านายใจดี
ฝากดูแลเหมือนคราวก่อนด้วยนะ
จากทิฟา”
แล้วเซฟิรอธกับวินเซนต์ก็ยิ้มให้กัน
อย่างน้อย เขาก็ได้รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคาดาจแล้ว
*********************
เมื่อลับตาคนอื่น
มาร์ลีนแอบส่ง SMS
ไปหาทิฟา
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ
หนูแอบเอากล้องวงจรปิดไปซ่อนในห้องนอนวินเซนต์กับเรโนตามที่สั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ”
รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กน้อย
*********************
ทิฟายิ้มกว้างกับ
SMS ที่ได้รับ
หลังจากไล่ตะเพิดคลาวด์ให้ไปทำงานงก
ๆ อยู่คนเดียว ทิฟาก็สบายใจ
เอนกายนอนอาบแดดที่ชายหาดเมืองคอสต้าเดลโซลอย่างสบายอารมณ์
*********************
End
FanFiction : Final Fantasy VII, Final Fantasy 7, FFVII, FF7, Final Fantasy VII Advent Children, FF7AC
Pairing : Sephiroth/Vincent
FanFiction : Final Fantasy VII, Final Fantasy 7, FFVII, FF7, Final Fantasy VII Advent Children, FF7AC
Pairing : Sephiroth/Vincent
Comments
Post a Comment