Skip to main content

The Encounter #2

Title : A Light in the Dark
Author : BeeJang

Chapter 2 : The Encounter #2


....................................

วินเซนต์ลืมตาตื่น เขาไม่แน่ใจว่าหลับไปนานแค่ไหน ด้านนอกหน้าต่างยังคงมืดมิด แต่นั่นก็อีก ที่นี่แปลกประหลาดมาก มันราวกับไม่มีกลางวัน เขาแน่ใจว่าหลับนานพอจนฟื้นพลังได้ทั้งหมดแล้ว และเวลาก็ควรล่วงเลยมาเป็นกลางวันของอีกวันได้แล้ว แต่ที่นี่ไม่มีทีท่าจะสว่างเลยสักนิด

บางที อาร์ดีนอาจจะอธิบายได้

วินเซนต์ไม่ได้ไว้ใจชายปริศนาผู้นี้ แต่เขาไม่มีทางเลือก เขาเลยตามอาร์ดีนกลับมายังที่พักแห่งนี้ มันไม่เชิงเป็นที่อยู่อาศัย แต่เหมือนศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์หรือป้อมปราการอะไรสักอย่างมากกว่า อาร์ดีนพาเขามายังห้องพักที่เหมือนห้องนอนของนักวิจัยและปล่อยให้เขาพักผ่อนในห้องตามลำพัง เมื่อตรวจสอบห้องนอนว่าปลอดภัยดี และประตูสามารถล็อคได้จากด้านใน วินเซนต์ก็ทิ้งตัวนอน และหลับไปแทบจะทันที

วินเซนต์เดินออกมาจากห้อง ทางเดินทอดยาวตรงไปยังโถงด้านหน้า มีห้องแยกอีกหลายห้องที่เหมือนจะเป็นห้องวิจัยอย่างที่เขาคาดคะเนเอาไว้ แม้ดูเหมือนเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ จะยังทำงานได้อยู่ แต่มันก็ร้างผู้คนราวกับถูกอพยพออกไปอย่างกะทันหัน ที่นี่คงต้องเกิดเรื่องร้ายแรงแน่ ๆ ถึงมีปีศาจเพ่นพ่านอยู่เต็มถนนแบบนั้น

แล้ววินเซนต์ก็พบอาร์ดีนกำลังยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างในห้องที่เหมือนห้องประชุม สายตาทอดมองไปในความมืดด้านนอก เขาอ่านสายตานั้นไม่ออก บอกไม่ถูกว่าชายตรงหน้ากำลังคิดอะไร มันเป็นทั้งความโกรธแค้นระคนเศร้า ราวกับเขาได้แบกอะไรไว้ในใจมานานแสนนาน

อาร์ดีนเหมือนจะรู้ว่าไม่ได้อยู่ตามลำพัง เขาหันมาทางวินเซนต์ รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก “อ้า ตื่นแล้วเหรอ อรุณสวัสดิ์”

“อรุณสวัสดิ์? นี่เช้าของนายเหรอ?” วินเซนต์กล่าว

“ถ้าเรียกให้ถูก ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงเช้า จะใช้อรุณสวัสดิ์ก็คงไม่ผิดนัก เพียงแต่มันผ่านมาแล้วหนึ่งวันกับหนึ่งคืนเต็ม ๆ ที่นายหลับไป” อาร์ดีนเอียงคอนิด ๆ รอยยิ้มยังอยู่บนริมฝีปาก “นายไปสู้กับตัวอะไรมา ท่าทางกินพลังมากจนต้องหลับยาวข้ามวันขนาดนี้ หรือไม่ นายก็คงขี้เซาสุด ๆ เหมือนกับเด็กคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก”

วินเซนต์นิ่งเงียบไปและใช้ความคิด การปะทะของเขากับโอเมก้าเวฟ่อนมันน่าจะรุนแรงมากจนได้ยินกันแทบทั้งไกอา มันไม่น่าเป็นไปได้ที่อาร์ดีนจะไม่รู้สึกถึงแรงระเบิด หรือบางที เหตุการณ์ประหลาด ๆ ความมืดมิดและปีศาจเต็มไปหมด อาจเป็นผลกระทบของโอเมก้าเวฟ่อนก็ได้ “นี่นายไม่รู้สึกเหรอ ระเบิดดังขนาดนั้น?”

คราวนี้เป็นอาร์ดีนที่เป็นฝ่ายฉงน “ระเบิด? เมื่อไรกัน?”

“ก่อนที่ฉันจะมาที่เมืองนี้”

“ไม่มีนะ ฉันไม่รู้สึกอะไร ถ้ามีระเบิดอะไรแรง ๆ ฉันต้องรู้” อาร์ดีนเลิกคิ้ว มองตอบอย่างแปลกใจ “อ้อ นายบาดเจ็บจากแรงระเบิดเหรอ มิน่าล่ะถึงสู้ปีศาจเหล็กนั่นไม่ไหว เพราะฉันว่าระดับนาย น่าจะล้มเจ้านั่นได้สักยี่สิบตัวติด ๆ กันด้วยซ้ำ”

“แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน?” วินเซนต์ถามกลับ

“ที่นี่เหรอ? กราเลีย เมืองหลวงของจักรวรรดิ์นิฟเฟอไฮม์”

“นีเบลเฮล์ม?”

“นิฟ-เฟอ-ไฮม์” อาร์ดีนทวนคำอีกครั้ง สีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย “เอาล่ะ ฉันจะเลิกตอบคำถามนายแล้ว ถึงตานายที่จะบอกฉันบ้าง นายเป็นใคร มาที่นี่ทำไม?”

วินเซนต์ลังเลครู่หนึ่งว่าเขาควรบอกอะไรอาร์ดีนไหม แน่นอนเขายังไม่ไว้ใจอีกฝ่าย แต่เขาไม่มีข้อมูลอะไรที่ต้องปิดบัง อาจจะเรื่องส่วนตัวบางอย่างเท่านั้น “ฉัน วินเซนต์ วาเลนไทน์ ฉันเห็นแสงไฟเลยมาที่นี่ แต่ทุก ๆ ที่มันต่างจากที่ ๆ ฉันอยู่”

“นายอยู่ที่ไหนล่ะ?”

“ก็หลาย ๆ ที่ ปกติจะเป็นนีเบลเฮล์ม บางทีก็คาล์ม มิดการ์ เอจ”

อาร์ดีนหรี่ตา “ฉันไม่รู้จักที่ ๆ นายว่ามาเลยสักที่”

ฉันก็ไม่รู้จักกราเลียหรือนิฟเฟอไฮม์” วินเซนต์กล่าวอย่างจริงจัง “ที่นี่ไม่เหมือนโลกของฉันเลยสักนิด สถานที่ ภูมิประเทศ แม้แต่ปีศาจด้านนอกนั้น และที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมปีศาจเต็มไปหมด ผู้คนหายไปไหนกัน?”

“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนาย” อาร์ดีนกล่าวด้วยน้ำเสียงอันตราย

“งั้นฉันก็หมดธุระกับนายแล้ว” วินเซนต์ตอบ มือเลื่อนไปที่ปืน

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที วินเซนต์รู้สึกถึงแรงกดดันอันรุนแรงและพลังของปีศาจจากอาร์ดีน มันเป็นพลังแบบเดียวกับอสูรในร่างของเขา แล้วอาร์ดีนก็เรียกดาบออกมาจากอากาศ และพุ่งเข้ามาหาเขา

ด้วยความว่องไวไม่แพ้กัน วินเซนต์ชักปืนออกมายิงสวน เห็นอาร์ดีนใช้ดาบปัดป้องกระสุนออกไปก่อนจะเข้ามาประชิดตัว เขายกปืนขึ้นกันคมดาบที่ฟันลงมาจนเกิดประกายไฟจากเหล็กกระทบกัน ก่อนที่อาร์ดีนจะใช้แรงกำลังที่เยอะกว่ากดเขาลงไป เขาก็ตวัดกรงเล็บไปยังลำตัวของอีกฝ่าย สีหน้าของอาร์ดีนดูพิศวงระคนทึ่งที่เป็นฝ่ายถูกทำให้บาดเจ็บก่อน บ่งบอกว่าอาร์ดีนประเมินความสามารถของเขาต่ำไป

รอยยิ้มแสยะกว้างขึ้น อาร์ดีนตวัดดาบอีกครั้งอย่างรวดเร็ว วินเซนต์ยกแขนเหล็กขึ้นรับพร้อมกับยิงสวน แต่คราวนี้อาร์ดีนเหมือนจะระวังเอาไว้แล้ว เขาใช้มีดสั้นที่ถูกเรียกขึ้นมาทันทีปัดกระสุนออกไป พร้อมกับขว้างมีดใส่เขา วินเซนต์เอียงร่างหลบ แต่ในพริบตา อาร์ดีนก็กลายเป็นเงาสีแดง วาร์ปเข้ามาคว้ามีดสั้นอันนั้นแล้วก็วาดแขนฟัน ปลายมีดบาดไปยังแขนของวินเซนต์ข้างที่ถือปืนจนเลือดซิบ

วินเซนต์ไม่มีเวลาฮีลบาดแผล อาร์ดีนพุ่งเข้ามาโจมตีต่อเนื่องและวินเซนต์เป็นฝ่ายเสียเปรียบ ในพื้นที่แคบของห้องแบบนี้ เขาไม่มีระยะยิง พลังกายของเขาก็คงสู้อีกฝ่ายไม่ไหว ยกเว้นเขาจะกลายร่างเป็นอสูร ซึ่งเขาไม่อยากทำแบบนั้น

อาร์ดีนพุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างไม่หยุด วินเซนต์ได้แต่ตั้งรับและหาจังหวะสวนกลับ การต่อสู้คงยืดเยื้ออีกนานโข เขาเองก็คงไม่หมดแรงง่าย ๆ อาร์ดีนเองก็คงเหมือนกัน แต่จังหวะหนึ่งที่เขากระโดดไปแถวริมหน้าต่าง อาร์ดีนขว้างมีดใส่เขาพร้อมกับวาร์ปเข้ามา แรงปะทะทำให้พวกเขาทั้งคู่พุ่งทะลุออกมานอกหน้าต่าง

ด้วยสัญชาตญาณ วินเซนต์กลายร่างเป็นกาเลี่ยนบีท กระโดดไต่ขอบตึกจนลงมาถึงพื้นถนนด้านล่างอย่างปลอดภัย อาร์ดีนวาร์ปลงมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้า โดยไม่รอให้ร่างสูงตั้งตัวทัน วินเซนต์ในร่างอสูรพุ่งเข้าใส่อาร์ดีน กรงเล็บคว้าไปที่ลำคอ กดอีกฝ่ายลงกับพื้นพร้อมกับใช้ร่างอสูร ที่ตอนนี้ใหญ่และมีพละกำลังมากกว่า กดทับร่างนั้นตรึงอยู่กับพื้น แค่ออกแรงนิดเดียว เขาสามารถเด็ดคอปลิดชีพชายตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย

อาร์ดีนไม่ได้ดิ้นรนหรือขัดขืน เขาเพียงยิ้ม รอยยิ้มแบบเดียวกับตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรก สีหน้าพึงพอใจเหมือนกำลังสนุก ดวงตาสีอำพันจ้องตอบด้วยความหลงใหล “วิเศษมาก นายมีหลายร่างงั้นหรือ นี่ไม่ใช่ปีศาจตัวนั้นที่ฉันเห็นนี่นา?”

และตอนนั้นวินเซนต์ก็รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังถูกอีกฝ่ายทดสอบ เขาแยกเขี้ยว คำรามต่ำในลำคอ “แกเป็นใครกันแน่ ต้องการอะไรจากฉัน”

“ไม่เลย ฉันแค่อยากเห็นนายในร่างปีศาจเท่านั้น นี่มันเกินความคาดหมายมาก ๆ!”

“ฉันฆ่านายได้นะ”

“นายไม่ทำหรอก เพราะฉันไม่ใช่ศัตรูของนาย นายไม่มีเหตุผลใดที่จะฆ่าฉัน”

พวกเขาจ้องหน้ากันครู่หนึ่งก่อนวินเซนต์จะผละออกและคืนร่างเป็นมนุษย์ ไม่ลืมที่จะตวัดสายตาหงุดหงิดไปยังอาร์ดีนที่กำลังลุกขึ้นยืน ทิฟาคงเทศนาเขายาวเจ็ดวันแน่ ๆ ถ้ารู้ว่าเขาฆ่าคนเพราะความหมั่นไส้หรือหงุดหงิดที่ถูกแหย่ และเหมือนอาร์ดีนจะรู้ดี รอยยิ้มกวนประสาทไม่จางหายจากใบหน้านั้นเลย

..............................................

วินเซนต์ตรวจดูรอยแผลที่แขนของเขา มันแค่รอยถลอก ลึกนิดหน่อย แต่ไม่ต้องฮีลเดี๋ยวเขาก็หาย ร่างกายที่มีอสูรอาศัยอยู่สามารถเยียวยาได้เร็วกว่ามนุษย์ปกติอยู่แล้ว แขนเสื้อที่ขาดเป็นทางน่าจะเป็นเรื่องใหญ่กว่า เขาไม่แน่ใจว่าจะซ่อมเสื้อผ้าได้ไหม ถ้าทิฟาอยู่ด้วยก็คงดี

ตัวต้นเหตุยืนอยู่ที่หน้ากระจกบานใหญ่ อาร์ดีนถอดเสื้อผ้าท่อนบนออก เผยมัดกล้ามสวยงามและรูปร่างสมส่วน เขากำลังตรวจดูบาดแผลที่หน้าท้อง มันเป็นรอยถลอกยาวไม่ต่างจากแผลของวินเซนต์ แต่มันเหมือนจะลึกกว่าและมีเลือดซิบ ๆ เขากำลังใช้ผ้าอีกผืนซับเลือดเพื่อทำความสะอาดแผล เขาปากเบ้เล็กน้อย คงเจ็บอยู่เหมือนกัน

“เล็บนายอาบยาพิษหรือขึ้นสนิมหรือเปล่าเนี่ย?” อาร์ดีนเปรย ๆ

วินเซนต์แอบถอนใจเล็กน้อย เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย มันก็แค่สัญชาตญาณและการป้องกันตัวเท่านั้น “อย่างนาย แผลแค่นี้ไม่ตายหรอกน่า” เขาบ่น ๆ พร้อมกับเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย ยื่นมือเข้าไปหา

“อ๊ะอา … ฉันไม่อยากมีแผลเพิ่ม” อาร์ดีนยกมือขวางพร้อมกับก้าวถอยหลัง

“หันมา ฉันจะรักษาให้” วินเซนต์หรี่ตาอย่างหงุดหงิด

อาร์ดีนเลิกคิ้ว แต่ก็ยอมหันมาแต่โดยดี จับจ้องวินเซนต์ที่วางมือข้างที่ปกติลงบนบาดแผลที่หน้าท้องของเขา แสงสว่างส่องวาบอยู่แวบหนึ่งก่อนจะหายไป บาดแผลปิดสนิท เหลือเพียงรอยถลอกเป็นทางแค่นั้น

“ว้าว ไม่เลวนี่ นายมีพลังเยียวยาด้วยหรือ?”

“เปล่า แค่ใช้มาเทเรีย”

“มาเทเรีย?”

“มันทำให้ใช้เวทมนตร์ได้น่ะ” วินเซนต์กล่าวพร้อมกับยื่นแขนตั้งฉากกับหน้าของอาร์ดีน แสงจากลูกแก้วที่ฝังอยู่ในแขนส่องประกายเรืองรอง

“อือ ฮึ” อาร์ดีนพยักหน้าอย่างสนอกสนใจ ก่อนจะแตะแขนของวินเซนต์ ใกล้บาดแผล “แล้วนายไม่รักษาตัวเองเหรอ?”

“แค่แผลถลอก ไม่จำเป็น”

“อื้มม …” อาร์ดีนลูบแขนของวินเซนต์ผะแผ่วเหมือนไม่อยากปล่อย แล้วก็มองจ้องวินเซนต์ด้วยสายตาลึกซึ้ง ดวงตาสีอำพันเปล่งประกายประหลาด

วินเซนต์ถูกดึงดูดด้วยดวงตาอันงดงามคู่นั้น และตอนนั้นเอง เขาก็เพิ่งสังเกตว่าอาร์ดีนเป็นชายที่หน้าตาหล่อเหลามากคนหนึ่ง แม้อีกฝ่ายน่าจะเลยวัยหนุ่มมานานโข แต่ก็ถือเป็นคนหล่อ อย่างน้อยก็มากกว่าซิดหรือรีฟ แถมยังมีรูปร่างที่น่าหลงใหลมาก หน้าท้องแบนราบแข็งแกร่ง มัดกล้ามสวยงาม ไม่มากเกินไปแบบบาเร็ตหรือน้อยเกินไปแบบตัวเขา สำหรับคนอายุขนาดนี้ถือว่ารูปร่างดีมากทีเดียว

วินเซนต์เคยพบเจอคนที่หล่อเหลาและงดงามหลายคน สำหรับเขา ลูเครเซียคือหญิงที่งามที่สุดและเขาก็แทบจะไม่สนใจเรื่องหน้าตาของใครอื่น เมื่อไรกันที่เขามองว่าผู้ชายคนอื่นหล่อเหลา นี่มันบ้ามาก เขารีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านก่อนที่เลือดจะสูบฉีดขึ้นไปที่ใบหน้า คนอย่างอาร์ดีนต้องจับพิรุธได้แน่ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แถมนิ้วเรียวของอีกฝ่ายก็ไม่ยอมละจากแขนของเขาเสียที เขาก็เลยลดแขนลง ตีสีหน้าจริงจัง

“อาร์ดีน ฉันอยากฟังเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ ฉันจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันและฉันมาที่นี่ได้ยังไง ถ้านายไม่อยากเล่า ฉันก็จะไปหาคนอื่นที่อธิบายให้ฉันฟังได้”

อาร์ดีนนิ่งไปก่อนจะอมยิ้ม “ก็ได้ ๆ ฉันจะยอมตอบคำถามนาย วินเซนต์ ถ้านายยอมตอบคำถามฉันบ้าง”

วินเซนต์นิ่งไปราวกับชั่งใจ ก่อนจะพยักหน้า “ตกลง”

..................................................

TBC

Fanfiction
Fandom : Final Fantasy XV, Final Fantasy VII, Crossover, Yaoi, M/M
Pairing : Ardyn Izunia / Vincent Valentine

Comments