Title : A Light in the Dark
Author : BeeJang
Chapter 5 : The Road Trip #5
.................................................
นานมากแล้วที่วินเซนต์ไม่ได้เดินทางด้วยการนั่งรถ เขาชินกับการโดยสารเรือเหาะไฮวินด์ หรือไม่ก็แปลงร่างเป็นคาออส เหาะไปไหนมาไหนเอง สมัยก่อนที่เขาเป็นทาร์ค เขาใช้มอเตอร์ไบค์ของชินระขับไปทำงานนอกสถานที่ จะว่าไป เขาก็นึกอยากคุยกับคลาวด์เรื่องมอเตอร์ไบค์เหมือนกัน เผื่อสหายหนุ่มคนนี้จะแนะนำได้ว่าเขาจะหาซื้อมอเตอร์ไบค์ดี ๆ ได้ที่ไหนบ้าง
แต่นั่นคงต้องหลังจากเขาได้กลับไปโลกของตัวเอง ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร ช่วงเวลามันจะต่างกันมากไหม บางทีตอนเขากลับไป เวลาอาจจะผ่านมาเป็นร้อยปีแล้วก็ได้ และเพื่อนเก่าของเขาคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เพียงแค่คิดเขาก็นึกเจ็บในใจขึ้นมาทันทีที่อาจจะจากกันโดยไม่ได้ร่ำลา
“เฮ้ ชวนคุยหน่อยสิ เดี๋ยวฉันเผลอหลับในนะ” เสียงของอาร์ดีนดังขึ้น หยุดความคิดของวินเซนต์แทบทันที
“อย่างนายน่ะเหรอ หลับใน ไม่มีทางหรอก” วินเซนต์กล่าวพร้อมกับกรอกตา
พวกเขาออกมาจากกราเลียได้ราว ๆ ชั่วโมงกว่าแล้ว อาร์ดีนขับรถโบราณสีแดง โดยมีเขานั่งข้าง ๆ พอได้นั่งเฉย ๆ สบาย ๆ เพราะมีคนขับรถให้ วินเซนต์ก็มีเวลาชื่นชมทัศนียภาพของโลกนี้ ดวงตาอสูรของเขาเห็นได้ดีในความมืด ทำให้เขาเห็นทุกอย่างแทบทั้งหมด สองฝั่งถนนแม้จะมีปีศาจและมอนสเตอร์กระจายอยู่ทั่ว แต่ทุ่งหญ้าโปร่งโล่ง ไกลออกไปก็เป็นป่าและภูเขา มันแผ่ไพศาลกว้างใหญ่ เขาและเหล่าอสูรชอบภูมิประเทศแบบนี้ อาจจะยกเว้นเรื่องที่มีแต่กลางคืนกับปีศาจเต็มไปหมดเท่านั้นล่ะ
“อีกไกลไหม?” วินเซนต์เหลือบมองอาร์ดีน
“ก็พอดู คงไม่ถึงในวันนี้แน่ ๆ” อาร์ดีนตอบพลางแอบยิ้มเจ้าเล่ห์
ไม่น่าไว้ใจเลย วินเซนต์คิดในใจ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป ตอนนี้เขาต้องพึ่งอีกฝ่ายพอสมควร และจะว่าไป เขายังไม่เจอมนุษย์คนอื่นเลยตั้งแต่หลุดมาที่โลกนี้ รถสวนสักคันบนถนนก็ยังไม่มี แต่ระหว่างทาง มีกองคาราวาน ปั๊มน้ำมัน และแคมป์ตั้งอยู่เป็นระยะ ๆ แต่ทุกที่ถูกทิ้งร้าง มืดมิด เต็มไปด้วยปีศาจ ผู้คนคงอพยพไปหมดแล้ว ไม่ก็ถูกฆ่าตายหมด
“ถ้านายอยากจะเปลี่ยนมือ ก็บอกฉันได้นะ”
อาร์ดีนเหลือบมองเขาพลางเลิกคิ้ว แล้วก็หัวเราะหึ ๆ “เสียใจด้วย ฉันเป็นพวกรักรถน่ะ”
“จริงเหรอ?” วินเซนต์หันมองอาร์ดีนอย่างไม่ค่อยเชื่อ
“แน่นอน ถ้าไม่ใช่คนพิเศษ ไม่มีสิทธิ์ได้นั่งรถฉันหรอกนะ นับคนได้เลย”
“ไม่ใช่ไม่มีใครคบเหรอ?” วินเซนต์แอบยิ้ม
“อะ อา อย่าดูถูกฉันสิ คนสวย” รอยยิ้มของอาร์ดีนกว้างขึ้นเหมือนชอบใจที่ได้ต่อปากต่อคำกับเขา
วินเซนต์กรอกตา พยายามไม่หงุดหงิด เลยทำทีเหลือบมองรอบด้าน และเขาก็เห็นบางอย่าง “อาร์ดีน นั่นอะไรน่ะ เบฮีมอสเหรอ?”
“หือ?” อาร์ดีนเหลือบมองพร้อมกับชะลอความเร็วเล็กน้อย “ใช่ ท่าทางขี้หงุดหงิดเหมือนนายเลยนะ”
“และมันก็กำลังวิ่งมาหาเรา รถนายเร็วได้แค่นี้เหรอ?”
อาร์ดีนหัวเราะหึ ๆ “ฉันคงคิดถูกที่ไม่ให้นายแตะต้องพวงมาลัย ท่าทางนายจะเป็นพวกนักซิ่ง”
“ถ้างั้น เดี๋ยวฉันมา” วินเซนต์ยิ้มอย่างนึกสนุก แล้วเขาก็ยืนในรถที่กำลังแล่นอยู่ เหลือบมองสีหน้าไม่ชอบใจนักของอาร์ดีนเพราะเขาเหยียบเบาะรถสุดรักของอีกฝ่ายอยู่ โดยไม่รอให้อาร์ดีนบ่นอะไร วินเซนต์ก็ถีบตัวขึ้นฟ้า กลายเป็นคาออส สะบัดปีกยาว บินพุ่งไปยังศัตรูของเขากลางทุ่งทันที
...............................................
มันกินเวลาไม่นานนักกับเบฮีมอสขี้หงุดหงิดตัวเดียว พอวินเซนต์ล้มมันได้ เขาก็มองรอบ ๆ ว่ามีมอนสเตอร์อันตรายอื่น ๆ อีกไหม แต่รอบด้านเงียบสงัดราวกับปีศาจอื่น ๆ รู้ดีว่าเขามีพลังเหนือกว่าเลยไม่กล้ามาวุ่นวายอะไรด้วย
พอได้ใช้กำลัง วินเซนต์ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที ยังไงก็ดีกว่าขลุกอยู่แต่กับอาร์ดีนทั้งวันแน่ ๆ เขายังชอบอยู่ตามลำพังมากกว่ามีคนอื่นอยู่ข้าง ๆ อยู่ดี
วินเซนต์ในร่างคาออสบินกลับมาที่ถนน เขาไม่เห็นรถของอาร์ดีนแล้ว ก็เลยบินตามถนนไป เขาคิดว่าอาร์ดีนคงจะไปขับรถไปเรื่อย ๆ และไปจอดรอเขาที่จุดพักรถหรือแคมป์ที่ไหนสักแห่ง มันคงดีกว่าจอดนิ่ง ๆ กลางถนนให้เป็นเป้าของเหล่าปีศาจ
แล้วเขาก็เห็นแสงไฟไกล ๆ คงเป็นแคมป์แห่งหนึ่งแน่ ๆ วินเซนต์บินไปใกล้ ๆ ก่อนจะคืนร่างเป็นมนุษย์ แล้วก็เดินเท้าต่อไปยังจุดหมาย มันเป็นเหมือนปั๊มน้ำมัน และโรงแรมเล็ก ๆ คงเป็นจุดพักรถจริง ๆ เขาเห็นรถของอาร์ดีนจอดอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน มีแสงไฟสว่างเป็นจุด ๆ ตรงหน้าปั๊มกับลานกว้างที่มีรถบ้านจอดอยู่เท่านั้น
วินเซนต์มองหาคนอื่น ๆ แต่ก็ไม่พบ เขาผิดหวังเล็กน้อย เขาอยากพบคนอื่น ๆ บ้าง แต่ที่นี่คงไม่ปลอดภัยที่จะใช้พักอาศัยอย่างถาวรเช่นกัน
แล้วเขาก็เห็นอาร์ดีนโบกมือให้จากด้านในร้านชำข้าง ๆ ปั๊มน้ำมัน เขาเลยเดินไปหา
“มาเร็วเหมือนกันนี่ คิดถึงฉันใช่ไหมล่ะ” อาร์ดีนกล่าวทักพร้อมกับอมยิ้มยียวน
วินเซนต์พ่นลมหายใจพลางกรอกตา “ที่นี่ไม่มีใครเหมือนกันเหรอ?”
“อือ ฮึ แย่หน่อยนะ นายคงต้องทนอยู่กับฉันสองต่อสองอีกสักพักใหญ่ ๆ” รอยยิ้มของอาร์ดีนเหมือนจะกว้างขึ้น วินเซนต์พยายามทำเป็นไม่ใส่ใจ ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้ใจว่าแหย่เขาได้สำเร็จ
“นายทำอะไรอยู่ อย่าบอกนะว่ากำลังจะขโมยของ”
“โหดร้ายชะมัด นายนี่มองคนในแง่ลบเสมอเลยหรือเปล่าเนี่ย” อาร์ดีนเปรย ๆ ก่อนจะส่งบะหมี่ถ้วยให้ “เอ้า ฉันให้นายก่อนเลย ไปออกแรงมา น่าจะหิว”
“อะไร?” วินเซนต์หรี่ตามอง สีหน้าไม่ไว้ใจอย่างแรง
“บะหมี่ถ้วยไง โลกของนายไม่มีเหรอ?” อาร์ดีนเลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจ
“ฉันรู้จักบะหมี่ถ้วย! ฉันหมายถึงนายขโมยบะหมี่ถ้วยเหรอ?” วินเซนต์พยายามไม่ขึ้นเสียง แต่ก็เผลอหลุดไปบ้าง อาร์ดีนกวนประสาทเขาจริง ๆ
“เปล่า ฉันจ่ายเงินแล้ว” อาร์ดีนพยักเพยิดไปยังกล่องเก็บเงินที่ฝังอยู่ในเคาน์เตอร์ “กินเถอะน่า เผื่อนายจะได้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง”
วินเซนต์หรี่ตาอย่างไม่ค่อยไว้ใจ แต่ก็ยอมรับบะหมี่ถ้วยมาถือเอาไว้ มันค่อนข้างร้อนเลยทีเดียว เขาแอบเปิดแง้มกระดาษซีลเพื่อดูด้านใน แต่ถูกอาร์ดีนตีมือดังผัวะจนเขาสะดุ้งแทบทำถ้วยหล่น
“รอสามนาทีก่อนสิ ไม่เคยกินเหรอไง!” อาร์ดีนดุ
“ก็แค่อยากดู” วินเซนต์บ่น ๆ เหมือนเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้
“ไม่ได้ รอก่อน เดี๋ยวก็ไม่สุกหรอก” อาร์ดีนทำเสียงเหมือนเป็นผู้ใหญ่สั่งสอนเด็ก แล้วเขาก็ยกบะหมี่ถ้วยของตัวเองเดินมานั่งที่โซฟาริมกระจก พยักเพยิดให้วินเซนต์ตามมานั่งด้วยกัน “ฉันลืมบอกให้นายตัดเนื้อเบฮีมอสมาสักชิ้น จะได้มาเอากินด้วยกัน”
วินเซนต์ตาเบิกกว้างจ้องอาร์ดีนอย่างแปลกประหลาด “ที่นี่กินเนื้อเบฮีมอสด้วยเหรอ?”
“นายไม่เคยเหรอ? โอ บอกได้เลยว่านายพลาดแล้วล่ะ” อาร์ดีนยิ้มกว้าง “บะหมี่ถ้วยสุดเพอร์เฟค ใส่เนื้อสไลด์บาง ๆ ต้มเดือดไปกับน้ำร้อน มันวิเศษมากเลยนะ”
“ถ้านายอยากขนาดนั้น คราวหน้าถ้าเจอเบฮีมอสอีก ฉันจะตัดเนื้อมันมาฝาก”
“ด้วยความยินดี” อาร์ดีนอมยิ้ม ดวงตาเป็นประกายประหลาด “อา สามนาที คงได้แล้วล่ะ”
วินเซนต์ดึงกระดาษซีลออก ไอจากน้ำร้อนลอยออกมาพร้อมกับกลิ่นหอม นานแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกถึงความสนุกในการเปิดบะหมี่ถ้วย เห็นเส้นสีเหลืองอ่อนกำลังพองได้ที่ และน้ำซุปสีสวยหอมน่ากินมีผักและกุ้งเล็กลอยกระจายอยู่ เขาไม่ได้กินอะไรแบบนี้นานแล้ว ทิฟาคงไม่ชอบนักถ้ารู้ว่าเขากินอาหารสิ้นคิดแบบนี้ ทั้งที่สมัยก่อนที่เขาเป็นทาร์ค ทำแต่งานจนไม่มีเวลาดูแลตัวเองเรื่องอาหารการกิน บะหมี่ถ้วยแทบจะเป็นอาหารหลักของเขาเลยทีเดียว
บะหมี่ถ้วยของโลกนี้รสชาติไม่เลว เผ็ดร้อนแต่กลมกล่อม เขาหมุนถ้วยดูว่ามีรายละเอียดไหมว่าเป็นรสอะไร เผื่อจะกลับโลกไปจะได้ไปหามากินบ้าง แต่ท่าทางอาร์ดีนจะดึงฉลากทิ้งไปหมดตอนแกะพลาสติก เขาเกือบจะถามอีกฝ่ายแล้วว่าเอารสอะไรมาให้เขากินและได้เช็ควันหมดอายุหรือเปล่า แต่ก็ไม่อยากถูกแหย่กลับอีก ก็เลยนั่งกินเงียบ ๆ จนหมด
“ขอบใจนะ”
คราวนี้เป็นอาร์ดีนที่เป็นฝ่ายแปลกใจ ก่อนรอยยิ้มจะผุดขึ้นมาอีก “นายนี่น่ารักเหมือนกันนะ ถ้าแยกเขี้ยวให้มันน้อยลง ...” เขาโบกนิ้วเป็นเชิงดักคอ เพราะวินเซนต์กำลังแยกเขี้ยวอยู่จริง ๆ “... แล้วก็ทำตัวให้สบาย ๆ กว่านี้หน่อย คิดซะว่ามาโรดทริปกับเพื่อนสนิทก็ได้”
“เราไม่ใช่เพื่อนสนิทกันซะหน่อย” วินเซนต์กล่าว แต่พอเห็นอาร์ดีนมองจ้องอย่างมีความหมายประหลาด เขาก็แปลกใจ “อะไรของนาย จ้องฉันแบบนี้ทำไม?”
“นายพูดว่าเรา นั่นมีความหมายนะ”
“ถ้านายเก็บเรื่องเล็กน้อยแบบนี้มาคิด นายเป็นคนคิดมากกว่าที่ฉันคิดนะเนี่ย”
“เขาเรียกว่าใส่ใจต่างหากล่ะ” อาร์ดีนขยิบตาพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม วินเซนต์กรอกตา
“นายรู้ไหมว่ากี่โมงแล้ว พอมืดตลอดเวลา ฉันเลยเดาไม่ออกเลย แต่ฉันว่าตอนนี้น่าจะค่ำมากแล้ว”
“ใช่ ค่ำแล้วล่ะ ถ้านายอยากรู้เวลาเป๊ะ ๆ ตอนนี้ห้าทุ่ม สี่สิบสามนาที” อาร์ดีนกล่าวยิ้ม ๆ
พอได้รู้เวลา วินเซนต์ก็รู้สึกง่วงแทบทันที ไม่นับว่าเขาเกือบจะหาวต่อหน้าอาร์ดีน แต่ก็ยั้งเอาไว้ทัน ท่าทางอาร์ดีนเองจะจับสังเกตทัน เขายิ้มกว้างอย่างชอบใจ
“ได้เวลาเข้านอนของเด็กโตแล้วสินะ” อาร์ดีนกล่าวยิ้ม ๆ
“ฉันไม่ใช่เด็ก!”
“เด็ก ๆ เวลาง่วงแล้วจะหงุดหงิดงอแง งั้นไปนอนกันดีกว่า”
พูดจบ อาร์ดีนก็ลุกขึ้นพร้อมกับฉุดวินเซนต์ขึ้นและพาไปยังห้องนอน
.............................................
TBC
Fanfiction
Fandom : Final Fantasy XV, Final Fantasy VII, Crossover, Yaoi, M/M
Pairing : Ardyn Izunia / Vincent Valentine
Author : BeeJang
Chapter 5 : The Road Trip #5
.................................................
นานมากแล้วที่วินเซนต์ไม่ได้เดินทางด้วยการนั่งรถ เขาชินกับการโดยสารเรือเหาะไฮวินด์ หรือไม่ก็แปลงร่างเป็นคาออส เหาะไปไหนมาไหนเอง สมัยก่อนที่เขาเป็นทาร์ค เขาใช้มอเตอร์ไบค์ของชินระขับไปทำงานนอกสถานที่ จะว่าไป เขาก็นึกอยากคุยกับคลาวด์เรื่องมอเตอร์ไบค์เหมือนกัน เผื่อสหายหนุ่มคนนี้จะแนะนำได้ว่าเขาจะหาซื้อมอเตอร์ไบค์ดี ๆ ได้ที่ไหนบ้าง
แต่นั่นคงต้องหลังจากเขาได้กลับไปโลกของตัวเอง ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร ช่วงเวลามันจะต่างกันมากไหม บางทีตอนเขากลับไป เวลาอาจจะผ่านมาเป็นร้อยปีแล้วก็ได้ และเพื่อนเก่าของเขาคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เพียงแค่คิดเขาก็นึกเจ็บในใจขึ้นมาทันทีที่อาจจะจากกันโดยไม่ได้ร่ำลา
“เฮ้ ชวนคุยหน่อยสิ เดี๋ยวฉันเผลอหลับในนะ” เสียงของอาร์ดีนดังขึ้น หยุดความคิดของวินเซนต์แทบทันที
“อย่างนายน่ะเหรอ หลับใน ไม่มีทางหรอก” วินเซนต์กล่าวพร้อมกับกรอกตา
พวกเขาออกมาจากกราเลียได้ราว ๆ ชั่วโมงกว่าแล้ว อาร์ดีนขับรถโบราณสีแดง โดยมีเขานั่งข้าง ๆ พอได้นั่งเฉย ๆ สบาย ๆ เพราะมีคนขับรถให้ วินเซนต์ก็มีเวลาชื่นชมทัศนียภาพของโลกนี้ ดวงตาอสูรของเขาเห็นได้ดีในความมืด ทำให้เขาเห็นทุกอย่างแทบทั้งหมด สองฝั่งถนนแม้จะมีปีศาจและมอนสเตอร์กระจายอยู่ทั่ว แต่ทุ่งหญ้าโปร่งโล่ง ไกลออกไปก็เป็นป่าและภูเขา มันแผ่ไพศาลกว้างใหญ่ เขาและเหล่าอสูรชอบภูมิประเทศแบบนี้ อาจจะยกเว้นเรื่องที่มีแต่กลางคืนกับปีศาจเต็มไปหมดเท่านั้นล่ะ
“อีกไกลไหม?” วินเซนต์เหลือบมองอาร์ดีน
“ก็พอดู คงไม่ถึงในวันนี้แน่ ๆ” อาร์ดีนตอบพลางแอบยิ้มเจ้าเล่ห์
ไม่น่าไว้ใจเลย วินเซนต์คิดในใจ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป ตอนนี้เขาต้องพึ่งอีกฝ่ายพอสมควร และจะว่าไป เขายังไม่เจอมนุษย์คนอื่นเลยตั้งแต่หลุดมาที่โลกนี้ รถสวนสักคันบนถนนก็ยังไม่มี แต่ระหว่างทาง มีกองคาราวาน ปั๊มน้ำมัน และแคมป์ตั้งอยู่เป็นระยะ ๆ แต่ทุกที่ถูกทิ้งร้าง มืดมิด เต็มไปด้วยปีศาจ ผู้คนคงอพยพไปหมดแล้ว ไม่ก็ถูกฆ่าตายหมด
“ถ้านายอยากจะเปลี่ยนมือ ก็บอกฉันได้นะ”
อาร์ดีนเหลือบมองเขาพลางเลิกคิ้ว แล้วก็หัวเราะหึ ๆ “เสียใจด้วย ฉันเป็นพวกรักรถน่ะ”
“จริงเหรอ?” วินเซนต์หันมองอาร์ดีนอย่างไม่ค่อยเชื่อ
“แน่นอน ถ้าไม่ใช่คนพิเศษ ไม่มีสิทธิ์ได้นั่งรถฉันหรอกนะ นับคนได้เลย”
“ไม่ใช่ไม่มีใครคบเหรอ?” วินเซนต์แอบยิ้ม
“อะ อา อย่าดูถูกฉันสิ คนสวย” รอยยิ้มของอาร์ดีนกว้างขึ้นเหมือนชอบใจที่ได้ต่อปากต่อคำกับเขา
วินเซนต์กรอกตา พยายามไม่หงุดหงิด เลยทำทีเหลือบมองรอบด้าน และเขาก็เห็นบางอย่าง “อาร์ดีน นั่นอะไรน่ะ เบฮีมอสเหรอ?”
“หือ?” อาร์ดีนเหลือบมองพร้อมกับชะลอความเร็วเล็กน้อย “ใช่ ท่าทางขี้หงุดหงิดเหมือนนายเลยนะ”
“และมันก็กำลังวิ่งมาหาเรา รถนายเร็วได้แค่นี้เหรอ?”
อาร์ดีนหัวเราะหึ ๆ “ฉันคงคิดถูกที่ไม่ให้นายแตะต้องพวงมาลัย ท่าทางนายจะเป็นพวกนักซิ่ง”
“ถ้างั้น เดี๋ยวฉันมา” วินเซนต์ยิ้มอย่างนึกสนุก แล้วเขาก็ยืนในรถที่กำลังแล่นอยู่ เหลือบมองสีหน้าไม่ชอบใจนักของอาร์ดีนเพราะเขาเหยียบเบาะรถสุดรักของอีกฝ่ายอยู่ โดยไม่รอให้อาร์ดีนบ่นอะไร วินเซนต์ก็ถีบตัวขึ้นฟ้า กลายเป็นคาออส สะบัดปีกยาว บินพุ่งไปยังศัตรูของเขากลางทุ่งทันที
...............................................
มันกินเวลาไม่นานนักกับเบฮีมอสขี้หงุดหงิดตัวเดียว พอวินเซนต์ล้มมันได้ เขาก็มองรอบ ๆ ว่ามีมอนสเตอร์อันตรายอื่น ๆ อีกไหม แต่รอบด้านเงียบสงัดราวกับปีศาจอื่น ๆ รู้ดีว่าเขามีพลังเหนือกว่าเลยไม่กล้ามาวุ่นวายอะไรด้วย
พอได้ใช้กำลัง วินเซนต์ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที ยังไงก็ดีกว่าขลุกอยู่แต่กับอาร์ดีนทั้งวันแน่ ๆ เขายังชอบอยู่ตามลำพังมากกว่ามีคนอื่นอยู่ข้าง ๆ อยู่ดี
วินเซนต์ในร่างคาออสบินกลับมาที่ถนน เขาไม่เห็นรถของอาร์ดีนแล้ว ก็เลยบินตามถนนไป เขาคิดว่าอาร์ดีนคงจะไปขับรถไปเรื่อย ๆ และไปจอดรอเขาที่จุดพักรถหรือแคมป์ที่ไหนสักแห่ง มันคงดีกว่าจอดนิ่ง ๆ กลางถนนให้เป็นเป้าของเหล่าปีศาจ
แล้วเขาก็เห็นแสงไฟไกล ๆ คงเป็นแคมป์แห่งหนึ่งแน่ ๆ วินเซนต์บินไปใกล้ ๆ ก่อนจะคืนร่างเป็นมนุษย์ แล้วก็เดินเท้าต่อไปยังจุดหมาย มันเป็นเหมือนปั๊มน้ำมัน และโรงแรมเล็ก ๆ คงเป็นจุดพักรถจริง ๆ เขาเห็นรถของอาร์ดีนจอดอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน มีแสงไฟสว่างเป็นจุด ๆ ตรงหน้าปั๊มกับลานกว้างที่มีรถบ้านจอดอยู่เท่านั้น
วินเซนต์มองหาคนอื่น ๆ แต่ก็ไม่พบ เขาผิดหวังเล็กน้อย เขาอยากพบคนอื่น ๆ บ้าง แต่ที่นี่คงไม่ปลอดภัยที่จะใช้พักอาศัยอย่างถาวรเช่นกัน
แล้วเขาก็เห็นอาร์ดีนโบกมือให้จากด้านในร้านชำข้าง ๆ ปั๊มน้ำมัน เขาเลยเดินไปหา
“มาเร็วเหมือนกันนี่ คิดถึงฉันใช่ไหมล่ะ” อาร์ดีนกล่าวทักพร้อมกับอมยิ้มยียวน
วินเซนต์พ่นลมหายใจพลางกรอกตา “ที่นี่ไม่มีใครเหมือนกันเหรอ?”
“อือ ฮึ แย่หน่อยนะ นายคงต้องทนอยู่กับฉันสองต่อสองอีกสักพักใหญ่ ๆ” รอยยิ้มของอาร์ดีนเหมือนจะกว้างขึ้น วินเซนต์พยายามทำเป็นไม่ใส่ใจ ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้ใจว่าแหย่เขาได้สำเร็จ
“นายทำอะไรอยู่ อย่าบอกนะว่ากำลังจะขโมยของ”
“โหดร้ายชะมัด นายนี่มองคนในแง่ลบเสมอเลยหรือเปล่าเนี่ย” อาร์ดีนเปรย ๆ ก่อนจะส่งบะหมี่ถ้วยให้ “เอ้า ฉันให้นายก่อนเลย ไปออกแรงมา น่าจะหิว”
“อะไร?” วินเซนต์หรี่ตามอง สีหน้าไม่ไว้ใจอย่างแรง
“บะหมี่ถ้วยไง โลกของนายไม่มีเหรอ?” อาร์ดีนเลิกคิ้วสูงอย่างประหลาดใจ
“ฉันรู้จักบะหมี่ถ้วย! ฉันหมายถึงนายขโมยบะหมี่ถ้วยเหรอ?” วินเซนต์พยายามไม่ขึ้นเสียง แต่ก็เผลอหลุดไปบ้าง อาร์ดีนกวนประสาทเขาจริง ๆ
“เปล่า ฉันจ่ายเงินแล้ว” อาร์ดีนพยักเพยิดไปยังกล่องเก็บเงินที่ฝังอยู่ในเคาน์เตอร์ “กินเถอะน่า เผื่อนายจะได้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง”
วินเซนต์หรี่ตาอย่างไม่ค่อยไว้ใจ แต่ก็ยอมรับบะหมี่ถ้วยมาถือเอาไว้ มันค่อนข้างร้อนเลยทีเดียว เขาแอบเปิดแง้มกระดาษซีลเพื่อดูด้านใน แต่ถูกอาร์ดีนตีมือดังผัวะจนเขาสะดุ้งแทบทำถ้วยหล่น
“รอสามนาทีก่อนสิ ไม่เคยกินเหรอไง!” อาร์ดีนดุ
“ก็แค่อยากดู” วินเซนต์บ่น ๆ เหมือนเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้
“ไม่ได้ รอก่อน เดี๋ยวก็ไม่สุกหรอก” อาร์ดีนทำเสียงเหมือนเป็นผู้ใหญ่สั่งสอนเด็ก แล้วเขาก็ยกบะหมี่ถ้วยของตัวเองเดินมานั่งที่โซฟาริมกระจก พยักเพยิดให้วินเซนต์ตามมานั่งด้วยกัน “ฉันลืมบอกให้นายตัดเนื้อเบฮีมอสมาสักชิ้น จะได้มาเอากินด้วยกัน”
วินเซนต์ตาเบิกกว้างจ้องอาร์ดีนอย่างแปลกประหลาด “ที่นี่กินเนื้อเบฮีมอสด้วยเหรอ?”
“นายไม่เคยเหรอ? โอ บอกได้เลยว่านายพลาดแล้วล่ะ” อาร์ดีนยิ้มกว้าง “บะหมี่ถ้วยสุดเพอร์เฟค ใส่เนื้อสไลด์บาง ๆ ต้มเดือดไปกับน้ำร้อน มันวิเศษมากเลยนะ”
“ถ้านายอยากขนาดนั้น คราวหน้าถ้าเจอเบฮีมอสอีก ฉันจะตัดเนื้อมันมาฝาก”
“ด้วยความยินดี” อาร์ดีนอมยิ้ม ดวงตาเป็นประกายประหลาด “อา สามนาที คงได้แล้วล่ะ”
วินเซนต์ดึงกระดาษซีลออก ไอจากน้ำร้อนลอยออกมาพร้อมกับกลิ่นหอม นานแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกถึงความสนุกในการเปิดบะหมี่ถ้วย เห็นเส้นสีเหลืองอ่อนกำลังพองได้ที่ และน้ำซุปสีสวยหอมน่ากินมีผักและกุ้งเล็กลอยกระจายอยู่ เขาไม่ได้กินอะไรแบบนี้นานแล้ว ทิฟาคงไม่ชอบนักถ้ารู้ว่าเขากินอาหารสิ้นคิดแบบนี้ ทั้งที่สมัยก่อนที่เขาเป็นทาร์ค ทำแต่งานจนไม่มีเวลาดูแลตัวเองเรื่องอาหารการกิน บะหมี่ถ้วยแทบจะเป็นอาหารหลักของเขาเลยทีเดียว
บะหมี่ถ้วยของโลกนี้รสชาติไม่เลว เผ็ดร้อนแต่กลมกล่อม เขาหมุนถ้วยดูว่ามีรายละเอียดไหมว่าเป็นรสอะไร เผื่อจะกลับโลกไปจะได้ไปหามากินบ้าง แต่ท่าทางอาร์ดีนจะดึงฉลากทิ้งไปหมดตอนแกะพลาสติก เขาเกือบจะถามอีกฝ่ายแล้วว่าเอารสอะไรมาให้เขากินและได้เช็ควันหมดอายุหรือเปล่า แต่ก็ไม่อยากถูกแหย่กลับอีก ก็เลยนั่งกินเงียบ ๆ จนหมด
“ขอบใจนะ”
คราวนี้เป็นอาร์ดีนที่เป็นฝ่ายแปลกใจ ก่อนรอยยิ้มจะผุดขึ้นมาอีก “นายนี่น่ารักเหมือนกันนะ ถ้าแยกเขี้ยวให้มันน้อยลง ...” เขาโบกนิ้วเป็นเชิงดักคอ เพราะวินเซนต์กำลังแยกเขี้ยวอยู่จริง ๆ “... แล้วก็ทำตัวให้สบาย ๆ กว่านี้หน่อย คิดซะว่ามาโรดทริปกับเพื่อนสนิทก็ได้”
“เราไม่ใช่เพื่อนสนิทกันซะหน่อย” วินเซนต์กล่าว แต่พอเห็นอาร์ดีนมองจ้องอย่างมีความหมายประหลาด เขาก็แปลกใจ “อะไรของนาย จ้องฉันแบบนี้ทำไม?”
“นายพูดว่าเรา นั่นมีความหมายนะ”
“ถ้านายเก็บเรื่องเล็กน้อยแบบนี้มาคิด นายเป็นคนคิดมากกว่าที่ฉันคิดนะเนี่ย”
“เขาเรียกว่าใส่ใจต่างหากล่ะ” อาร์ดีนขยิบตาพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม วินเซนต์กรอกตา
“นายรู้ไหมว่ากี่โมงแล้ว พอมืดตลอดเวลา ฉันเลยเดาไม่ออกเลย แต่ฉันว่าตอนนี้น่าจะค่ำมากแล้ว”
“ใช่ ค่ำแล้วล่ะ ถ้านายอยากรู้เวลาเป๊ะ ๆ ตอนนี้ห้าทุ่ม สี่สิบสามนาที” อาร์ดีนกล่าวยิ้ม ๆ
พอได้รู้เวลา วินเซนต์ก็รู้สึกง่วงแทบทันที ไม่นับว่าเขาเกือบจะหาวต่อหน้าอาร์ดีน แต่ก็ยั้งเอาไว้ทัน ท่าทางอาร์ดีนเองจะจับสังเกตทัน เขายิ้มกว้างอย่างชอบใจ
“ได้เวลาเข้านอนของเด็กโตแล้วสินะ” อาร์ดีนกล่าวยิ้ม ๆ
“ฉันไม่ใช่เด็ก!”
“เด็ก ๆ เวลาง่วงแล้วจะหงุดหงิดงอแง งั้นไปนอนกันดีกว่า”
พูดจบ อาร์ดีนก็ลุกขึ้นพร้อมกับฉุดวินเซนต์ขึ้นและพาไปยังห้องนอน
.............................................
TBC
Fanfiction
Fandom : Final Fantasy XV, Final Fantasy VII, Crossover, Yaoi, M/M
Pairing : Ardyn Izunia / Vincent Valentine
Comments
Post a Comment