Skip to main content

[Fic FFVIIAC] : Three Brothers and a Horror Night #1

Title : Three Brothers and a Horror Night #1
Author : BeeJang


*******************************

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าแทง อย่าแทง แล้วเป็นไงล่ะ คืนนี้จะนอนที่ไหน!”

เสียงบ่นโวยวายของยาซูดังลั่นทุ่งหญ้าในยามราตรี คาดาจกับลอซจ๋อยสนิท พี่ชายคนโตที่โตแต่ตัว ห่อกายจนดูตัวลีบ พยายามทำหน้าเศร้า บีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสาร ส่วนน้องเล็ก ก้มหน้านิ่ง ซ่อนสีหน้าสำนึกผิดไว้ใต้เรือนผมสีเงินยวง ยาซูนั่งคร่อมมอเตอร์ไซด์ สีหน้าดุร้ายจริงจัง มือทั้งสองเท้าเอวอย่างเอาเรื่อง จ้องพี่น้องจอมก่อเรื่องของตนเองอย่างไม่เกรงกลัว

ก่อนหน้านี้พวกเขาไปเที่ยวสวนสนุก Gold Saucer กันมา เป้าหมายหลักคือลงแข่งที่แบทเทิลอารีน่าเพื่อเพิ่มประสบการณ์การต่อสู้ แต่ที่ไหนได้ ทั้งลอซและคาดาจกลับใช้เงินทั้งหมดที่ติดตัวมาไปเล่นแทงพนันโจโคโปะจนหมดตัว แน่นอน แทงไม่ถูกเลยสักยก แถมยังเอาไอเทมทุกอย่างที่มีไปขายเรียบ เพื่อเอาไปเล่นใหม่ แต่ก็ยังถูกกิน เสียเงินเสียทองจนเรียบวุด

ขณะที่พวกเขาระเห็จออกจากเมืองคอเรล ขับรถไปเรื่อย ๆ หามอนสเตอร์ฆ่าเล่นเพื่อเก็บเงิน แต่โชคไม่เข้าข้างเลย แล่นรถมาตั้งนาน ไม่เจอสัตว์ประหลาดเลยสักกะตัว จนพวกเขาขับเลยกันมาเกือบถึงหมู่บ้านนีเบล ฟ้าก็มืดแล้วด้วย

“แล้วจะเงินที่ไหนไปนอนโรงแรมล่ะเนี่ย ฉันไม่อยากนอนกลางทุ่งแบบนี้นะ!” ยาซูยังบ่นไม่เลิก

“ลองเข้าในหมู่บ้านดูเถอะ เผื่อมีบ้านไหนใจดีให้เราขอนอนสักคืน” คาดาจออกความเห็น

“ใช่ ๆ แล้วตอนเช้าเราก็แอบจิ๊กเงินเจ้าของบ้านมาสักหลาย ๆ กิล คืนต่อไปจะได้สบายไง” ลอซเสนอบ้าง

“จะบ้าเรอะ!” ยาซูหันไปแขวะลอซ “นึกเหรอว่าใครเขาจะให้นายไปนอนในบ้านน่ะ เห็นหน้าโหด ๆ ของนาย มีแต่คนจะปิดประตูใส่น่ะสิไม่ว่า”

ลอซจ๋อยอีกครั้ง น้ำตาคลอ ไม่กล้าเถียงยาซูอีก คาดาจยักไหล่ “แต่อย่างไงก็ลองเข้าไปในหมู่บ้านก่อนเถอะ แถวนี้ … “ คาดาจมองไปรอบ ๆ “ … วังเวงพิกล … “

ยาซูมองไปรอบ ๆ ทุ่งหญ้าโล่งก็จริง แต่เสียงลมพัดตัดยอดหญ้าดังหวิว ๆ ทำให้รู้สึกวังเวงแปลก ๆ ไม่น่าไว้ใจเลย ดังนั้น พวกเขาจึงพากันเข้าไปในหมู่บ้าน

********************

หมู่บ้านเล็ก ๆ เงียบเชียบ บ้านทุกหลังปิดไฟมืดเพราะเป็นเวลาค่ำมากแล้ว แม้แต่โรงแรมยังปิดประตู ปิดไฟจนมืดไปหมด มีเพียงตะเกียงเล็ก ๆ กลางลานหมู่บ้านที่ส่องแสงเรืองรอง สามพี่น้องเดินหวาด ๆ และมองไปรอบ ๆ อย่างหมดหวัง

“แบบนี้ไปเคาะประตูบ้านใคร มีหวังเจ้าของบ้านออกมายิงแน่ ๆ “ ยาซูเปรย ๆ

“นั่นสิ” คาดาจพึมพำเศร้า ๆ เขาเองก็ไม่อยากนอนกลางดินนักหรอก “แล้วคืนนี้จะนอนไหนดีล่ะ” คาดาจหน้าเสีย ปริ่ม ๆ จะร้องไห้ เรียกคะแนนความสงสารจากยาซูได้มากโข แม้เมื่อครู่จะโกรธน้องเล็กกับพี่ใหญ่ที่เอาแต่เล่นโดยไม่ได้ดูฐานะการเงินตัวเองเลย แต่จริง ๆ แล้วยาซูรักและเอ็นดูคาดาจมากกว่าใคร เห็นน้องเล็กจ๋อยสนิทก็สงสารจับใจ โผเข้าไปโอบไหล่ปลอบประโลมให้คลายเศร้า

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวให้ลอซเดินหาบ้านพักแถว ๆ นี้ดู” ยาซูกล่าวอย่างอ่อนโยนกับคาดาจที่อิงศีรษะบนไหล่พี่ชายคนรอง ยาซูจ้องลอซอย่างดุร้าย ครางแฮ่ ๆ พยักเพยิดให้ไปสำรวจแถว ๆ นี้อย่างโดยด่วน ลอซเดินคอตกไปรอบ ๆ หมู่บ้าน

ไม่นานนัก ลอซก็วิ่งแจ้นกลับมาหาน้องชายทั้งสอง “มีบ้านหลังหนึ่งก่อนทางขึ้นเขา ท่าทางเงียบ ๆ เหมือนไม่มีใครอยู่ล่ะ เราลองเข้าไปดูกันไหม”

ยาซูกับคาดาจตามลอซที่เดินลึกเข้าไปในหมู่บ้าน ผ่านบ้านสองชั้นที่ก่อสร้างเรียงรางล้อมลานกลางหมู่บ้าน ตรงไปยังทางขึ้นเขานีเบลด้านหลังหมู่บ้าน มีคฤหาสน์หลังโตตั้งโดดเดี่ยวอยู่ตรงนั้น ตึกสองชั้นท่าทางดำมืดและแฝงไปด้วยความลึกลับและปริศนา เหนือยอดไม้ ไกลออกไปคือหุบเขาสูงที่ซ้อนกันเป็นทิวแถว พระจันทร์ลอยสูงเด่นมีเมฆสีทะมึนลอยบังเป็นระยะ

“นี่น่ะเหรอบ้านที่ว่าน่ะ” ยาซูเหลือบมองลอซที่พยักหน้าและกลืนน้ำลาย

“ยังไงคืนนี้เราไม่มีทางเลือกแล้ว ไม่งั้นก็ต้องนอนอาบน้ำค้าง” ลอซกล่าวอย่างจริงจัง มอบไปรอบ ๆ อย่างหวาดหวั่น “ไปกันเถอะ”

แล้วทั้งสามก็เดินผ่านประตูรั้วผุ ๆ ลอซที่เดินนำหน้า ยกมือนาบที่หน้าประตูใหญ่ เตรียมจะผลักบานประตูเหล็กสลักเสลา แต่ว่าประตูกลับเปิดออกอย่างช้า ๆ ราวกับเชิญชวนต้อนรับอาคันตุกะยามวิกาลดั่งรู้ล่วงหน้า สายลมเย็นเยียบพัดจากด้านในออกมาปะทะใบหน้าของลอซ นำพากลิ่นอับชื้นลอยมาเตะจมูกอีกต่างหาก ลอซเหลือบมองยาซูและคาดาจ สองหนุ่มผู้เป็นน้องยืนหน้าซีด และเริ่มไม่ไว้ใจเคหาสน์หลังโตตระหง่านเบื้องหน้า

“ปะ ไปหาที่อื่นนอนเหอะ ลอซ ยาซู … ฉันว่าที่นี่แปลก ๆ นะ” คาดาจกล่าวเสียงสั่น เขาแนบกายชิดกับยาซู กอดแขนพี่ชายคนรองแน่น

“เอ่อ ฉันว่า … “ ยาซูกำลังใช้ความคิด ไม่ได้อยากพักที่นี่เท่าไรหรอก แต่จะให้นอนข้างนอก เขาก็ไม่อยาก เวลาค่ำมืดดึกดื่น ถนนและลานหมู่บ้านแห่งนี้เงียบสนิท น่ากลัวเหลือเกิน อีกทั้งยังมีสายลมเย็นยะเยือกพัดมา หนาวจับใจเหลือเกิน และก็ยังมีเสียง …

บรู๊ววววววววว์ ….. …..

เสียงหมาหอนดังขึ้น สามพี่น้องผมเงินสะดุ้งโหยง พร้อมกับวิ่งกรูกันเข้าไปในคฤหาสน์ทันที

**********************

ข้างในก็เงียบไม่แพ้ข้างนอก มันเงียบมากจนได้ยินเสียงลมหายใจหรือเสียงใจเต้นของคนข้าง ๆ ทีเดียว ยาซูสะบัดแขนจากการเกาะกุมของคาดาจและลอซออกอย่างกึ่งรำคาญ ทำไมต้องมาเกาะเขาด้วยนะ

“ปล่อยน่า” ยาซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้ม พยายามข่มความกลัว และมองไปรอบ ๆ

น่าแปลกที่คฤหาสน์แห่งนี้ดูเหมือนจะร้างราผู้คนมานานแสนนาน แต่ไยตะเกียงบนเสากลับมีแสงไฟเรืองรองส่องวับแวม ทำให้เขาแลเห็นด้านในได้อย่างไม่ลำบากนัก ความเก่าแก่ทำให้เครื่องเรือนหลายชิ้นที่วางระเกะระกะมีไยแมงมุมเกาะ และจับไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ ยาซูพยักหน้าให้ลอซที่ยังดูหวาด ๆ ให้ออกสำรวจพื้นที่ มองหาห้องใดสักห้องที่พอจะเป็นที่พึ่งพิงหลับนอนได้ในคืนนี้

“ไม่เอาอะ ไม่ไปคนเดียวนะ ไปด้วยกันเถอะ” ลอซตอบ ร่างใหญ่โตสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง

“จะกลัวอะไรเฮอะ ไม่มีอะไรหรอกน่า” ยาซูตอบอย่างรำคาญ

“ใครจะไปรู้ล่ะ เผื่อเป็นคฤหาสน์ผีดูดเลือดนอนอยู่ในโลง หรือผีถือดาบยาว ๆ ไม่ก็นักวิทยาศาสตร์บ้า ๆ ล่ะ จะว่าไง!” ลอซกล่าว เกาะแขนคาดาจน้องเล็ก ที่หน้าซีดกว่าปกติ

“เอ่อ ยาซู ฉันว่าเราอย่าแยกกันเลย ฉันเองก็กลัวเหมือนกัน” คาดาจตอบเสียงสั่น เหลือบมองรอบด้านอย่างไม่ไว้ใจ

ยาซูจ้องคาดาจอย่างแปลกใจ “อะไรเนี่ย นายก็เป็นไปด้วยเหรอ”

“เอาน่า เอาน่า อยู่กันสามคนดีกว่าสองหรือคนเดียวน่า!” คาดาจกล่าว กอดแขนพี่ชายทั้งสอง ตัวเองอยู่ตรงกลาง ปลอดภัยไว้ก่อน “ฉันว่าเราไปหาที่หลับที่นอนเหอะ รีบ ๆ นอน ๆ ซะ เช้าแล้วจะได้ไป ๆ ซะที”

ยาซูเห็นด้วย แล้วพวกเขาทั้งสามก็เดินสำรวจคฤหาสน์ร้าง ชั้นล่างมีห้องกว้างหลายห้องอยู่เหมือนกัน แต่ข้าวของรกไปหมด แถมยังฝุ่นหนาเตอะอีกต่างหาก พวกเขาเลยเดินขึ้นบันไดกลางห้องโถง ไปยังชั้นสอง ที่ห้องหนึ่ง ยาซูเหลือบเห็นตู้เซฟตู้หนึ่งวางแอบอยู่ที่มุมห้อง จึงสะกิดลอซ

“แหม โชคดีจัง ยิ่งตอนนี้ไม่มีเงินสักกิล แบบนี้ก็สบายแล้ว!” ลอซหัวเราะดีใจ เดินไปดึงประตูเซฟ มันไม่ยอมเปิด “อ้าว ไหงงั้นล่ะ?”

“รหัส มันต้องใช้รหัสเปิด” ยาซูพึมพำ “แล้วจะรู้ไหมเนี่ย” เขายักไหล่อย่างเซ็งสุดขีด เงินก็ไม่มี ที่หลับนอนก็ยังหาไม่เจอ แถมคฤหาสน์หลังนี้ก็วังเวงพิกล ไม่น่าไว้ใจเลย

ลมเย็นวาบพัดกระทบต้นคอของคาดาจ ราวกับจุมพิตอันเย็นยะเยือก เล่นเอาน้องเล็กกระโดดโหยงกอดคอยาซู และร้องโวยวายด้วยความหวาดกลัวยิ่งนัก เล่นเอาพี่ชายทั้งสองพลอยสะดุ้งไปด้วย

“อะไรอะ คาดาจ ไม่เห็นมีอะไรสักหน่อย” ยาซูกล่าว ปากก็ดุน้องเล็ก แต่มือไม้กลับลูบหัวสีเงินปลอบโยนให้คลายกลัว

“ใช่ อย่าทำให้ตกใจสิ ยิ่งกลัว ๆ อยู่” ลอซกล่าว พยายามใช้อบิริตี้ขโมยและงัดแงะที่แอบเรียนมาจากซีดาน เพื่อนเก่า เพื่อเปิดเซฟ

คาดาจหน้าเสีย ยกมือแตะต้นคอตนเอง มันเหมือนว่ามีใครแนบริมฝีปากที่ต้นคอเขาจริง ๆ มันเย็นเยือกและสร้างความวาบหวามให้มากนักจนเขาหน้าแดงไปหมด คาดาจส่ายศีรษะ ไล่ความกลัว พลันเหลือบเห็นแผ่นกระดาษเล็ก ๆ ขยำอยู่ใต้โต๊ะ จึงก้มลงหยิบ แกะ ๆ ดูกลายเป็นรหัสเลขสี่ตัว

“อะไรน่ะ คาดาจ” ยาซูเอียงคอสี่สิบห้าองศา เหลือบมองเศษกระดาษในมือน้องชาย

“ไม่รู้สิ โพยหวยละมั๊ง” คาดาจยักไหล่ ยื่นให้ยาซูดู

36, 10, 59, 97 … อืม หรือว่าจะเป็น … “ ยาซูเลิกคิ้ว นั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ ลอซ แล้วก็หมุนเซฟตามเบอร์ในกระดาษ

กริ๊ก!

ประตูเซฟเปิดออกอย่างง่ายดาย แต่แทนที่ด้านในจะเป็นเงินทองของมีค่า กลับมีเพียงกุญแจเหล็กเก่า ๆ ขึ้นสนิทดอกเดียวเท่านั้นเอง

“อะไรเนี่ย แค่กุญแจเอง โธ่เอ๊ย ไม่สนุกเลย” ลอซบ่นอุบอิบ

ยาซูยักไหล่ “ไปหาห้องนอนกันดีกว่า”

ยาซูคล้องแขนลอซเดินกันออกไป คาดาจเหลือบมองกุญแจในตู้เซฟ คว้ามาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อคลุม แล้วก็วิ่งตามพี่ชายทั้งสองออกไป

**************************

ในที่สุด ทั้งสามก็เจอห้องนอนที่ดูสะอาดมากกว่าห้องอื่น ๆ มีเตียงสามเตียงคลุมด้วยผ้าห่ม พวกเขาจึงดึงผ้าออกและปัดฝุ่นหนา ๆ ออก จากนั้นก็ดันเตียงสามเตียงมาชิดติดกัน ลอซกระโดดไปนอนตรงกลาง อ้าแขนให้น้องชายทั้งสองเอนศีรษะหนุนนอนอิงซุกไหล่กว้างกันคนละข้าง

สามร่างกอดกันกลม แล้วก็ผล็อยหลับไป

**************************

TBC


FanFiction : Final Fantasy VII, Final Fantasy 7, FFVII, FF7, Final Fantasy VII Advent Children, FF7AC
Pairing : Sephiroth/Vincent

Comments