Skip to main content

The Story of the Two Worlds #3

Title : A Light in the Dark
Author : BeeJang

Chapter 3 : The Tales of the Two Worlds #3


..............................................
สองพันกว่าปีที่ได้อาศัยอยู่บนอีออส อาร์ดีนไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นและสนุกเท่านี้มาก่อน อาจจะเว้นตอนที่เขาสัมผัสได้ว่ากษัตริย์ที่แท้จริงถือกำเนิดแล้ว แต่นี่มันต่างกันเล็กน้อย ความตื่นเต้นที่พบคู่ต่อสู้ที่สูสี แถมยังงดงามขนาดนี้ มันเกินความคาดหมายมาก

ตอนนั้น อาร์ดีนสัมผัสถึงพลังปีศาจแปลกปลอมกำลังตรงมาที่กราเลีย เขารู้สึกสงสัยก็เลยออกไปสังเกตการณ์ เขาเห็นปีศาจปีกยาวสีแดงดำร่อนลงมาที่ถนนใหญ่พอดี มันเป็นปีศาจที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนและเขาก็สัมผัสถึงพลังอันยิ่งใหญ่ แต่เหมือนมันกำลังบาดเจ็บหรือใช้พลังไปแทบหมด เพราะมันดูอ่อนแรงมาก ไม่นานปีศาจก็คืนร่างกลายเป็นมนุษย์ ชายหนุ่มสูงเพรียวในชุดหนังและผ้าคลุมแดง กำลังมองรอบ ๆ เหมือนงุนงงและสับสนในชีวิต

ช่างน่าสนใจจริง ๆ

อาร์ดีนถึงยื่นมือเข้าไปช่วยเมื่อชายปริศนากำลังลำบาก เขาชอบสีหน้าระแวงสุด ๆ ของอีกฝ่ายเหลือเกิน ทั้งที่เขาอุตส่าห์แสดงออกถึงความเป็นมิตรที่สุดแล้ว เขาไม่น่าไว้ใจขนาดนี้เลยเหรอ

แต่ที่สำคัญกว่านั้น อาร์ดีนสงสัยมากว่าอีกฝ่ายคือใคร มนุษย์ที่มีปีศาจในร่าง นอกจากตัวเขาเองแล้ว เขายังไม่เคยพบใครที่มีปีศาจอยู่ในร่าง หรือคริสตัลเคยทอดทิ้งผู้ถูกเลือกแบบเขามาก่อน มันเป็นสิ่งที่เขาต้องรู้ให้ได้

แน่นอน การเค้นข้อมูลจากหนุ่มขี้ระแวงสุด ๆ แบบนี้คงยากพอดู ยังโชคดีที่อาร์ดีนได้ชื่อของอีกฝ่ายมาแล้ว วินเซนต์ วาเลนไทน์ ชื่ออันไพเราะและหวานเหมือนกับหน้าตาของชายหนุ่ม แต่ความอ่อนหวานนั้นไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายอันตรายน้อยลงเลย ยิ่งฟื้นพลังเต็มร้อยแบบนี้ อาร์ดีนสัมผัสได้ว่าวินเซนต์เป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวมากคนหนึ่ง อาจจะมากกว่าน็อคติสหรือเรจิสด้วยซ้ำ

มันคงเป็นนิสัยเสียอย่างหนึ่งของอาร์ดีน เขาอดไม่ได้ที่จะลองยั่วแหย่วินเซนต์ และมันก็ได้ผล ได้ผลดีทีเดียว เขาประเมินอีกฝ่ายได้ไม่ผิด วินเซนต์ร้ายกาจมากถึงขนาดทำร้ายเขาจนเลือดออกได้ และมันก็ทำให้เขาได้ข้อมูลของอีกฝ่ายมากขึ้น ในร่างเพรียวบางนั้นมีปีศาจมากกว่าหนึ่งตัว แถมยังร้ายกาจและงดงามไม่แพ้กัน

ช่างน่าหลงใหลเสียเหลือเกิน

อาร์ดีนเหลือบมองวินเซนต์ที่ยืนกอดอกนิ่งเงียบพิงกำแพงแล้วก็นึกดีใจในโชคชะตาของตัวเอง การที่ต้องรอคอยน็อคติสในคริสตัลคงกินเวลาหลายปี เวลาไม่ใช่ปัญหาของเขา แต่การอยู่ตามลำพังในความมืดมันคงน่าเบื่อมาก เขาคิดจะไปเล่นสนุกกับเหล่าผองเพื่อนของน็อคติสเป็นการฆ่าเวลา แต่หากมีคนที่น่าสนใจอย่างวินเซนต์อยู่เคียงข้างคอยแก้เหงาก็คงดี

“เล่าได้หรือยังว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น?” วินเซนต์ถามขึ้นมาหลังจากที่พวกเขานิ่งเงียบกันอยู่นาน

“หายนะแห่งดวงดาวมันคือชื่อโรคระบาดที่กัดกินดาวดวงและผู้คนที่นี่ และมันเป็นสิ่งที่บดบังดวงอาทิตย์ จะไม่มีแสงสว่างอีกจนกว่าหายนะนี้จะถูกกำจัดหมดไป” อาร์ดีนเห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วสูง สีหน้าบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องแบบนี้ “นี่เป็นสิ่งที่นายรู้อยู่แล้วเหรอ?”

“เปล่า ไม่สิ ไม่เชิงหรอก” วินเซนต์ตอบ “ที่ ๆ ฉันอยู่ก็เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เราเรียกมันว่าจีโอสติ๊กม่า โรคร้ายชนิดหนึ่งที่กัดกินผู้คนจากภายใน แต่มันเกิดขึ้นกับบางคนเท่านั้น และก็ไม่มีอะไรมาบดบังดวงอาทิตย์แบบนี้ นายแน่ใจนะว่าหายนะนี้คือสาเหตุที่ดวงอาทิตย์มืด?”

“แน่สิ” อาร์ดีนตอบ คลี่ยิ้มนิด ๆ รู้สึกสนใจเรื่องของวินเซนต์มากขึ้น แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องบอกถึงรายละเอียดว่าเขาเองที่เป็นสาเหตุหลักที่เร่งการแพร่กระจายของเชื้อร้ายนี้ เพราะเขาเป็นคนสังหารเทพีพยากรณ์เสี้ยนหนามและปลิดชีวิตทายาทคนสุดท้ายแห่งเทเนเบร วินเซนต์ไม่จำเป็นต้องรู้ อย่างน้อยก็ในตอนนี้ “นายบอกว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แสดงว่าเป็นเหตุการณ์ในอดีตเหรอ?”

“ใช่ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นปกติดีแล้ว อย่างน้อยก็ตอนที่ฉันจากมา” วินเซนต์กล่าวก่อนจะเงยหน้าจ้องไปยังอาร์ดีน “ผู้คนที่หายไป กับปีศาจเต็มไปหมด มันมาจากหายนะที่นายว่ามางั้นหรือ?”

อาร์ดีนพยักหน้า “แล้วในโลกของนาย โรคที่ว่าหายไปได้ยังไง?”

วินเซนต์นิ่งเงียบไปขณะหนึ่ง เหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูด ไม่ก็เขากำลังคิดอยู่ว่าควรบอกได้มากแค่ไหน “เพื่อนของฉันคนหนึ่งได้ทิ้งพลังแห่งการรักษาเอาไว้”

ช่างคล้ายกันเหลือเกิน อาร์ดีนครุ่นคิด “ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องโลกคู่ขนานหรืออะไรทำนองนี้ แต่ท่าทางนายคงมาจากอีกโลกนึงจริง ๆ”

“ใช่ ฉันคงมาที่นี่เพราะแรงระเบิดตอนปะทะกับศัตรู” วินเซนต์เปรย ๆ ก่อนจะหรี่ตามองอาร์ดีน “แล้วนายล่ะ นายไม่โดนปีศาจเล่นงานหรือโดนหายนะที่ว่ากลืนกินไปด้วยเหรอ?”

อาร์ดีนเพียงยิ้ม “ฉันมีพลังต้าน หายนะทำอะไรฉันไม่ได้หรอก คงมีแต่นายที่ทำฉันบาดเจ็บได้”

“ฉันถือว่าเป็นคำชม นายเองก็ไม่ใช่เล่นที่ทำฉันบาดเจ็บได้” วินเซนต์อมยิ้ม

พอได้เห็นรอยยิ้มของวินเซนต์ อาร์ดีนก็เหม่อมองอีกฝ่ายเคลิ้ม ๆ เขาชอบรอยยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปากบางสวย มันทำให้ใบหน้านั้นงดงามมากขึ้นไปอีก

“ถ้าฉันมาจากอีกโลกนึงจริง ฉันคงต้องหาทางกลับ”

“ฉันไม่เคยเจอกรณีแบบนี้ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าจะช่วยนายได้ยังไง” อาร์ดีนกล่าวอย่างสัตย์จริง เขาไม่รู้จริง ๆ สองพันกว่าปีที่ใช้ชีวิตในดวงดาวนี้ เขาไม่เคยเจอคนหลงมิติแบบนี้มาก่อน แต่ก็นั่นล่ะ อะไรก็เกิดขึ้นได้

“ฉันเข้าใจ” วินเซนต์แอบถอนใจนิด ๆ

“อีกเรื่องที่ฉันยังติดใจอยู่ ถ้านายบอกฉันได้นะ” อาร์ดีนกล่าว นี่คือสิ่งที่เขาสงสัยและสนใจ “ปีศาจในร่างของนาย มันคืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง?” ทันทีที่คำถามหลุดออกปากไป อาร์ดีนก็สัมผัสได้ว่าวินเซนต์ลังเลที่จะตอบ ท่าทางนี่คงเป็นหัวข้ออึดอัดใจหรือสิ่งที่อีกฝ่ายไม่อยากพูดถึงก็ได้

“ปีศาจในร่างฉันเป็นผลจากการทดลองของนักวิจัยบ้าคนหนึ่ง” น้ำเสียงของวินเซนต์แสดงออกชัดเจนว่าเขาจะพูดเพียงเท่านี้

ใครกันที่บังอาจทดลองกับร่างอันงดงามนี้ อาร์ดีนรู้สึกเสียดายลึก ๆ ที่ไม่ใช่คนแรกที่ได้แตะต้องวินเซนต์ หากเขามีโอกาสได้ทดลองกับร่างนี้ เขามีเรื่องที่จะเล่นสนุกกับร่างแสนงามนี้เยอะทีเดียว แค่คิดถึงมัน เขาก็ตื่นเต้นแล้ว

“แล้วนายคิดจะทำยังไงต่อ? หาทางกลับบ้านงั้นหรือ?” อาร์ดีนถาม

“ก็คงงั้น ฉันยังรู้อะไรน้อยนักเกี่ยวกับที่นี่ คงต้องออกสำรวจหรือหาข้อมูลเพิ่ม”

“ข้างนอกนั่นอันตรายนะ ถึงนายจะดูแลตัวเองได้ดีก็เถอะ”

“ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่นา”

“ฉันไปกับนายได้ ถ้านายไม่รังเกียจ” อาร์ดีนพยายามไม่ยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าแปลกประหลาดของวินเซนต์ ท่าทางเขาจะถูกรังเกียจจริง ๆ “ไม่เอาน่า วินซ์ ฉันเรียกนายแบบนี้ได้ใช่ไหม?” เขายิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายตากระตุก “ลองคิดดูดี ๆ นายไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับที่นี่ แถมยังมีปีศาจเต็มถนนขนาดนั้น ถึงนายจะเก่งแค่ไหน แต่มีคนระวังหลังให้ ยังไงก็ดีกว่า ฉันเป็นแหล่งข้อมูลให้นายได้ แถมช่วยนายจัดการปีศาจพวกนั้นได้ด้วยนะ”

วินเซนต์นิ่งไป เขาชอบการอยู่ตามลำพังมากกว่า แต่สิ่งที่อาร์ดีนพูดมาก็มีเหตุผล ที่นี่อันตรายมากและเขาก็รู้น้อยมาก หากมีคนที่รู้เรื่องดีแถมมีฝีมือในการต่อสู้แบบอาร์ดีนอยู่ข้างกาย มันก็คงดีกว่า เพียงแต่เขาอาจต้องทนกับท่าทีรำคาญตาและนิสัยกวนใจของอีกฝ่าย เขายังไม่เชื่อใจอาร์ดีนนัก รู้ดีว่าอีกฝ่ายมีความลับที่ปกปิดอยู่ แต่เขาจะระวังตัว

“งั้นก็ได้” วินเซนต์ตอบ

............................................

TBC

Fanfiction
Fandom : Final Fantasy XV, Final Fantasy VII, Crossover, Yaoi, M/M
Pairing : Ardyn Izunia / Vincent Valentine

Comments