Skip to main content

[Fic FFVII] : The Other Side of Eden

Title : The Other Side of Eden
Author : BeeJang


************************

วินเซนต์คิดเสมอว่ามันคือความฝัน

แต่หากเป็นความฝัน ไยกลิ่นและรสสัมผัส เขาช่างคุ้นเคยกับมันเสียเหลือเกิน และความรู้สึกนั้น มันคืออะไรกัน?

ความอาวรณ์ อาลัย โหยหา ปรารถนาที่เขารู้สึก รวมทั้งความคุ้นเคยแสนแปลกประหลาด มันคืออะไรกัน?

ทุกครั้งที่ความรู้สึกเช่นนี้แวบขึ้นมาในสมอง เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่ามันคืออะไร เขาเป็นอะไรไป การนอนหลับยาวนานลบเลือนความทรงจำบางอย่างกระนั้นหรือ?

ที่ ๆ วินเซนต์ยืนอยู่ ครั้งหนึ่งเคยเป็นสวนดอกไม้อันงดงาม ใต้ต้นไม้ร่มรื่นที่เขาแอบมางีบหลับ มันคือสถานที่แห่งความทรงจำแสนสวยงามของเขา ทุกครั้งที่เขาไม่สบายใจ เขาจะหลบหน้าผู้คน แม้แต่เพื่อนสนิท มายืนเงียบ ๆ ใต้ต้นไม้แห่งนี้ รอบด้านเปลี่ยนแปลงไปแล้ว สวนดอกไม้หายไปกลายเป็นทุ่งหญ้าที่มีช่อดอกไม้สีขาวเล็ก ๆ ขึ้นแซม ไหวลู่ไปตามสายลมที่พัดผ่าน สายลมเย็นนั้นพัดกระทบใบหน้าของเขา พากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของละอองเกสรมาด้วย

กลิ่นกายของใครผู้หนึ่งติดอยู่ในหัวใจ

มันเป็นกลิ่นที่ติดจมูกนัก วินเซนต์ไม่รู้ว่ามันคือกลิ่นอะไร มันราวกับเป็นกลิ่นกายของใครผู้หนึ่งที่เขาคุ้นนัก ไม่ใช่ซิด คลาวด์ หรือเพื่อนคนอื่น แต่เป็นใครสักคนที่เขานึกไม่ออก มีเส้นใยบาง ๆ ขวางกั้นจิตใจของเขาไว้ ยิ่งคิด เขายิ่งรู้สึกอาลัยอาวรณ์ หัวใจกระตุกวูบเจ็บปลาบแทบทุกครั้ง จนเขานึกอยากจะสัมผัสกลิ่นที่ว่านั้นอีกครั้ง เพื่อจะตราตรึงฝังแน่นในความทรงจำ ไม่ยอมลืมเลือนอีก

นอกเหนือจากละอองเกสรอันหอมหวาน สายลมนำพาขนนกอ่อนนุ่มมาด้วย

วินเซนต์ไม่รู้ว่าขนนกลอยมาจากที่ใด แต่เมื่อเขาแบมือออก มันก็ลอยตกลงมาบนฝ่ามือของเขาพอดี เส้นขนที่ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่มราวใยไหม ไม่อาจสัมผัสผ่านถุงมือหนังและกรงเล็บได้ แต่เขาก็รู้สึกถึงความบอบบางน่าถนุถนอมนั้นด้วยใจ

ดั่งที่เขาคุ้นเคยกับรสสัมผัสของใครคนหนึ่ง

ตั้งแต่วินเซนต์ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็ค้นหาใครคนนั้นอย่างเงียบ ๆ บุคคลที่มอบสัมผัสที่ติดค้างอยู่ในหัวใจ ใครคนอื่นต่างเคยมอบสัมผัสที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับสัมผัสที่ว่านั้นเลย วินเซนต์ไม่รู้ว่าเขาแยกแยะได้เช่นไร แต่เขาจำสัมผัสนั้นได้ด้วยใจ หรืออาจเป็นจิตใต้สำนึก หรือสัญชาตญาณ เขาไม่รู้ เขาไม่แน่ใจ

ตะวันเคลื่อนคล้อยจนจะถึงทิวไม้ไกล ๆ วินเซนต์เดินจากสถานที่แห่งความทรงจำด้วยความค้างคาใจ บางครั้ง แม้ที่ ๆ สงบที่สุด ก็ไม่อาจสงบความว้าวุ่นใจของเขาได้

*************************

ทางเดินใต้ดินมืดมิด ชื้นอับ แต่ความมืดไม่เป็นอุปสรรคต่อนัยน์ตาที่สามารถมองเห็นได้แม้ในยามราตรี ผิวกายรับสัมผัสเย็นเยียบของกำแพงหิน ทุกก้าวที่เดินลงตามบันไดวน หัวใจของวินเซนต์ก็ดำดิ่งสู่ความหมองหม่น

เขากำลังตามหาอะไรสักอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ แต่เขาไม่อาจหยุดตามหาได้

มันคืออะไรกัน ความค้างคาที่ติดอยู่ในหัวใจ

สองเท้าพาร่างระหงตรงเข้าไปยังห้องด้านใน ที่แห่งนี้เป็นที่ ๆ เขาพยายามจะหลีกหนี ไม่อยากแม้แต่จะเดินกลับเข้ามา มันเป็นสถานที่อันเลวร้าย ที่แห่งความทรงจำแสนโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับตนเองเมื่อนานมาแล้ว ห้องทดลองที่เปลี่ยนชีวิตเขา ในห้องนี้ เขาสูญเสียทุกอย่าง ทั้งหญิงที่เขารักและชีวิตของเขา สิ่งที่ได้กลับมาคืออสูรกายร้ายกาจที่สิงในวิญญาณและแบ่งปันร่างของเขา ความจริงอันน่าเจ็บปวดหลายอย่างเกิดขึ้นและถูกเปิดเผย เขาถึงไม่อยากจะกลับมาที่นี่

แต่น่าแปลกนัก มันเป็นที่ ๆ เขากลับมาเยือนบ่อยครั้งที่สุด ราวกับมีแม่เหล็กดึงดูดให้เขากลับมาค้นหาอะไรบางอย่างที่เขาสงสัยและอยากได้คำตอบ

แท็งก์ทดลองใหญ่ขนาดบรรจุคนตัวใหญ่ได้ยังคงตั้งเรียงรายอยู่เช่นเดิม สองแท็งก์ในนั้นมีข้อความกรีดสลักเอาไว้ ราวกับบันทึกความทรงจำอันน่าเจ็บปวดของผู้ที่ติดอยู่ในนั้น

แซคกับคลาวด์ วินเซนต์รู้เรื่องราวของสองคนนี้หมดทุกอย่างแล้ว หัวใจวูบไหวด้วยความสงสาร สองชีวิตที่เสียไป หนึ่งในนั้นกลับคืนสู่ไลฟสตรีม อีกหนึ่งยังมีชีวิตอยู่ แต่ต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดตลอดกาล

วินเซนต์ส่ายหน้า ก่อนเดินลึกเข้าไปในห้องหนังสือ ชั้นหนังสือมากมาย หลายชั้นล้มระเนระนาด หนังสือกับเศษกระดาษเอกสารกระจายเกลื่อนทั่วพื้น โต๊ะใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง เก้าอี้หลายตัวยังแข็งแรงอยู่

หนึ่งในเก้าอี้นั้น เก้าอี้นวมตัวใหญ่ที่สุดตรงหัวโต๊ะ มีขนนกสีดำวางอยู่

ปลายนิ้วสั่นระริกค่อย ๆ ยื่นแตะขนนก มันแปลบปลาบราวโดนไฟช๊อต เขาจำได้ เขาจำสัมผัสนี้ได้

วินเซนต์นั่งลงบนเก้าอี้นวม ขนนกสีดำทาบแนบอก ไอเย็นจากความเก่าเก็บและกระดาษเก่าชื้นขึ้นราทำให้อากาศในห้องเย็นจัด เก้าอี้นวมเย็นเยียบ ดูตัวใหญ่กว่าร่างที่นั่งอยู่มากนัก วินเซนต์กอดตัวเอง หัวใจเจ็บปลาบ

ทำไมเขาถึงรู้สึกโหยหาอาวรณ์ถึงเพียงนี้กับขนนกธรรมดาอันเดียว

ทำไมเขานึกอะไรไม่ออกทั้ง ๆ ที่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ

จิตใจพยายามขุดคุ้ยความทรงจำเก่า ๆ ขึ้นมา แต่เขากลับมองไม่เห็นภาพใดที่ใกล้เคียงกับต้นเหตุแห่งความว้าวุ่นใจเลย มันมีอยู่จริง แต่เขานึกไม่ออก ร่างกายเขาจำได้ มันกรีดร้องโหยหาสัมผัสนั้นอย่างสุดใจ

เมื่อร่างกายกับจิตใจไม่สัมพันธ์กัน ความรวดร้าวก็บังเกิด วินเซนต์เจ็บปลาบไปทั้งร่าง เขาดึงเข่าขึ้นมาแนบอก แขนกอดรัดตัวเองแน่นขึ้นจนตัวงอคุดคู้อยู่บนเก้าอี้ เอนกายพิงไปยังพนักวางแขนข้างหนึ่ง หยดน้ำไหลเงียบ ๆ จากดวงตา

ท่ามกลางความสั่นสะท้านอันปวดร้าว วินเซนต์รู้สึกถึงไออุ่นจากร่างใครสักคนลอยผ่าน ไออุ่นไม่รู้ที่มาห่อล้อมร่างของเขาราวกับโอบกอด อบอุ่นดั่งถูกห่อด้วยปีกมนตราแห่งความห่วงหาอาทร วินเซนต์หลับตา อิงเข้ากับไออุ่นที่แนบจุมพิตพรมที่ดวงตา

วินเซนต์จำสัมผัสนี้ได้ มันคือสิ่งที่เขากำลังตามหาอยู่

วินเซนต์ลืมตาและกระโดดลุกขึ้นแทบทันที หันมองไปรอบ ๆ ห้องมืด แต่เขากลับไม่เห็นอะไร เขาอยู่เพียงลำพังในห้องเงียบเชียบคนเดียว ห้องปิดทึบ ไม่มีแม้แต่ช่องลม ยกเว้นประตูทางเข้าที่อยู่ห่างออกไปอีก แล้วลมอุ่นเมื่อครู่มาจากไหนกันเล่า

วินเซนต์หยิบขนนกที่วางแนบอกขึ้นมามอง หัวใจกระตุกวูบเจ็บปลาบ

****************************

ไม่รู้ว่าทำไม วินเซนต์ถึงออกจากคฤหาสน์ เดินลึกเข้าไปในหุบเขา มารู้สึกตัวอีกที เขาก็เดินจนมาถึงรีเอคเตอร์เก่าในภูเขานีเบล สถานที่แห่งความทรงจำ ไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของผู้อื่น

เงียบงันรกร้างดั่งในคฤหาสน์ ด้านในรีเอคเตอร์ยิ่งแย่กว่าเพราะมันมีคราบเลือดเก่า ๆ รอยสนิม และร่องรอยการต่อสู้หลงเหลืออยู่เต็มไปหมด เหมือนชินระจะไม่สนใจกลบเกลื่อนปิดบังร่อยรอยใดในที่แห่งนี่ ดั่งที่เคยปิดบังเรื่องหมู่บ้านถูกเผาโดยการซ่อมแซมบ้านเรือนหรือจ้างนักแสดงมาเป็นชาวเมือง ณ รีเอคเตอร์ลึกลงในหุบเขาต้องห้าม คงไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามา ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองทำลายหลักฐานไม่พึงประสงค์

สายพานและโครงสร้างแท่นเหล็กที่เจาะลึกลงไปใต้ดิน มีไอสีเขียวลอยวนไปมาดั่งเมฆหมอกเหนือป่าทึบเมื่อมองจากยอดเขาสูง สายธารไลฟสตรีมบริสุทธิ์อยู่ที่นี่

ขนนกในมือของวินเซนต์หลุดมือ ปลิวลอยไป เขาคว้ามันกลับไม่ทัน มันลอยล่องเล่นลมสูงเหนือศีรษะก่อนจะร่วงหล่นลงไปในไอหมอกสีเขียวเบื้องล่างจนลับตา

วินเซนต์มองตามลงไป หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวังแรงกล้า เขาไม่เคยแน่ใจอะไรมากเท่านี้มาก่อน ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาเชื่อได้เช่นไรว่าตนเองจะพบคำตอบในนั้น หลังจากเขาใช้ชีวิตอยู่ต่อ แบกรับบาปหนาในหัวใจและอสูรในร่างกาย เขาก็ไม่เคยเชื่อในสิ่งใดอีก แม้แต่ตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแน่ใจ

ประกายสีเขียวเหลือบรุ้งส่องสว่างจากสายธารเจิดจ้า ไออุ่นแห่งความรักลอยขึ้นมากระทบผิวกาย วินเซนต์คลี่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะทิ้งกายลงไป

สายธารสีเขียวโอบอุ้ม แสงสว่างแสบตาเจิดจ้าจนต้องปิดเปลือกตาลง แล้วสติสุดท้ายของวินเซนต์ก็ดับวูบ

***************************

ที่นี่

นี่คือความฝันกระมัง

เขาอยู่ที่ไหน? เขาเคยมาที่นี่ใช่ไหม?

เหม่อมองไปรอบด้าน ว่างเปล่าเงียบสงัด เลยเสาหินที่ตั้งเรียงราย มันคือทิวทัศน์ว่างเปล่าไกลสุดลูกหูลูกตา แต่มันสว่างเจิดจ้าจนมองไกล ๆ ไม่เห็นอะไรเลย เขาดึงสายตากลับมาตรงหน้า ที่พื้นดินมีผลึกคริสตัลวาวใสส่องประกายวิบวับเป็นหย่อม ๆ ล้อมไปด้วยหญ้านุ่มและดอกไม้บานสวย ตรงกลางเนิน มีต้นไม้ใหญ่โตแผ่กิ่งก้านเขียวขจีเหลือบรุ้งพราวระยับ ผลไม้สีแดงห้อยที่ปลายกิ่ง ใหม่สดและน่าเด็ดกินลิ้มลอง

ใต้ต้นไม้มีร่าง ๆ หนึ่งหลับใหลอยู่ ขนนกหล่นเกลื่อนกระจายทั่ว หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น

“นายใช่ไหม … “ น้ำเสียงของวินเซนต์แหบแห้ง “ … คนที่ฉันตามหามาโดยตลอด”

เปลือกตาขยับตื่น ดวงตาสีเขียวจดจ้อง รอยยิ้มระบายบนใบหน้า “รู้จนได้สินะ”

วินเซนต์ก้าวเดินไปใกล้ คุกเข่าทรุดกายลงข้าง ๆ และวางมือบนแผ่นอกของเซฟิรอธ “ทำไมกัน ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลย ทั้ง ๆ ที่มันสำคัญต่อตัวฉันขนาดนี้ ฉันลืมนายไปได้ยังไง”

เซฟิรอธไม่ตอบ เขาถอนใจน้อย ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ยังอยู่ที่ริมฝีปาก

“บอกฉันทีว่าทำไม ฉันไม่อยากเสียมันไปอีกแล้ว” วินเซนต์ตัวสั่น การตามหาสิ่ง ๆ หนึ่ง ค้นหาใครสักคนโดยที่เขาไม่รู้อะไรเลย การระลึกจากสัญชาตญาณและความทรงจำที่ถูกปิดผนึกไว้มันยากลำบากนัก ความสั่นสะท้านยังให้น้ำเสียงของเขาสั่นไปด้วย ดวงตาสีแดงก่ำคลอไปด้วยหยาดน้ำระยับ “ฉันไม่อยากลืมมันอีก!”

น้ำตาหยดลงตรงใบหน้าของเซฟิรอธ เขายกมือขึ้น แตะไปที่แก้มของวินเซนต์ ปลายนิ้วใต้ถุงมือหนังให้ความรู้สึกคุ้นเคยนัก วินเซนต์จำสัมผัสนี้ได้ด้วยใจ เขาคว้ามือใหญ่โตแนบแก้มของตนเอง น้ำตาไหลพร่างพรูอย่างห้ามไม่ได้

“ทำไม ฉันถึงลืมมันไปได้ ... บาปอันร้ายแรง ผลแห่งบาปที่นายป้อนฉัน” วินเซนต์อิงหน้าเข้ากับฝ่ามืออุ่น ริมฝีปากประทับที่กลางมือของเซฟิรอธ เขาจำกลิ่นที่สูดสัมผัสได้ กลิ่นที่เขาโหยหาและติดอยู่ในหัวใจ

โดยไม่รู้ตัว วินเซนต์เลื่อนริมฝีปากตนเองไปยังข้อมือ ลงตามท่อนแขนแกร่ง ถึงหัวไหล่ ไล่ไปยังลำคอ ซอกหู แก้มและริมฝีปาก สองมือของเซฟิรอธเลื่อนไปโอบร่างบางลงมาแนบกาย จากนั้นก็ขยับขึ้นมาประคองใบหน้าของวินเซนต์ให้ผละออก ปลายจมูกโด่งสันแตะสัมผัสกัน เป่ารดลมหายใจอุ่นใส่ใบหน้า

เซฟิรอธยิ้มบาง ๆ “เพราะฉันไม่อยากเห็นดวงตาอันงดงามคู่นี้ต้องมองมาที่ฉันด้วยความรวดร้าวยังไงล่ะ”

“นายรู้ไหมว่ามันทรมานมากแค่ไหนที่ฉันลืมคนที่ ... “ วินเซนต์ปากสั่น เขาพูดไม่ออก

“คนที่ป้อนผลแห่งบาปให้นายน่ะหรือ” เซฟิรอธหัวเราะน้อย ๆ “ถึงนายจะลืม แต่ร่างกายนายก็จำได้นี่นา”

“มันไม่เหมือนกัน!”

“เหมือนสิ ร่างกายนายจำได้ ถึงได้ตอบสนองฉันแบบนี้ไง”

มือแกร่งเลื่อนลากลงต่ำ ดึงกระชากเสื้อคลุมให้เปิดออกอย่างง่ายดายและลูบไล้ไปยังผิวกายขาวซีด วินเซนต์ครางครวญ แอ่นกายสนองสัมผัสที่แตะต้องร่างกาย เขาห้ามมันไม่ได้ ร่างกายกระทำไปเอง

“เห็นไหม นายจำได้ แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับฉันแล้วล่ะ” เซฟิรอธกระซิบ เขาขยับใบหน้าขึ้น แตะริมฝีปากไปยังกลีบปากที่อ้าครางของวินเซนต์ แลบลิ้นรุกรานเข้าไปในปากอุ่น ท่ามกลางอารมณ์วาบหวามจากมือที่ลูบไล้ร่างกาย วินเซนต์ตอบสนองจุมพิตด้วยการดูดดื่มลิ้นของเซฟิรอธ

หมดแล้วซึ่งความละอายใจ ความรู้สึกผิดมลายหาย ความเศร้าคลายสิ้น

เขากำลังถูกโอบกอดด้วยความรัก มิใช่ชายผู้นี้หรือที่เขาโหยหาอาลัย เขาปรารถนาที่จะอิงซุกในอ้อมกอดแข็งแกร่งและอบอุ่นนี้มาตลอด

อย่าให้มันหยุด อย่าให้เขาต้องลืมอีกเลย

วินเซนต์ก้มใบหน้าแนบริมฝีปากดูดดื่มเซฟิรอธอย่างเต็มที่ นิ้วฝังลงในเรือนผมสีเงินอ่อนนุ่ม เขาเบียดกายกับร่างเบื้องล่าง สัมผัสความแข็งแน่นที่คับขึ้นตรงกางเกงหนัง เขาเลื่อนมือลง ช่วยเซฟิรอธปลดปล่อยความแข็งขืนออกมา แล้วก็ลูบไล้นิ้วมือไปตามความยาวโค้ง

วินเซนต์ได้ยินเสียงถอนใจอย่างเป็นสุข สัมผัสลมหายใจอุ่น ๆ ที่พ่นรดใบหน้า กลิ่นที่เขาจำได้ กลิ่นที่ติดตรงจมูก ฝังอยู่ในหัวใจ กลิ่นที่เขาคิดถึงอยากสัมผัส เขาอยากจะสัมผัสมันมากกว่านี้

เซฟิรอธคลี่ยิ้มน้อย ๆ เมื่อวินเซนต์ขยับกายลงต่ำ สายตาจับจ้องศีรษะที่ขยับขึ้นลง เพลิดเพลินไปกับสัมผัสอุ่นจัดที่ห้อมล้อมตนเอง เขาฝังนิ้วลงยังเรือนผมดำยาว หอบหายใจถี่ระรัวกับความกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ วินเซนต์รู้ดีว่าเขาไม่อาจรับเซฟิรอธเข้าไปได้หมด จึงต้องใช้มือโอบประคองและลูบไล้ความยาวที่เหลือ ปลายลิ้นแตะตรงปลายยอด ดูดดื่มความแข็งขืน รีดหยดน้ำที่เขาอยากจะกลืนกิน

จนนิ้วเรียวที่ศีรษะดึงกระชากผมของเขาขึ้นมา เขาถึงจำต้องหยุด เขายังไม่อยากหยุด หัวใจอยากจะได้ลิ้มรสมากกว่านี้ อยากจะสัมผัสความตื่นตัวแข็งกร้าวให้สมกับความคิดถึงโหยหา

เซฟิรอธผุดขึ้นนั่ง ดึงศีรษะของวินเซนต์มาใกล้ ๆ และแนบริมฝีปากจูบวินเซนต์อย่างดูดดื่ม แม้จะเสียดายและขัดใจที่ไม่อาจทำตามที่ใจตนเองปรารถนาได้ แต่รสจูบอันเร่าร้อนก็ทำให้วินเซนต์ยินยอม เขายอมทุกอย่างที่จะอยู่เคียงข้างเซฟิรอธ ไม่อยากให้ช่วงเวลานี้หยุดลงจึงกดร่างแนบร่างแกร่งอย่างโหยหา ยกมือรั้งศีรษะสีเงิน อีกมือหนึ่งก็เลื่อนต่ำลูบไล้ความยาวแข็งขืนของอีกฝ่ายมาแนบชิดผิวกายตนเอง

“ฉันบอกแล้วว่าร่างกายนายจำได้” เซฟิรอธกระซิบ มือเลื่อนต่ำกอบกุมสะโพกของวินเซนต์ที่นั่งอยู่บนตักตนเอง ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความปรารถนา

“ได้โปรด ... “ วินเซนต์คราง เงยหน้าขึ้นมองเซฟิรอธ

“ได้โปรดอะไร?” เซฟิรอธกระซิบถาม

วินเซนต์หลับตา น้ำตาไหลอาบแก้ม หัวใจเจ็บปวดนักเมื่อนึกถึงความรู้สึกก่อนหน้านี้ ช่วงเวลายาวนานที่เขาต้องค้นหา ตามหาใครสักคน ความอาวรณ์ในหัวใจที่ทำให้ร่างกายรวดร้าวแตกสลาย เขาไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว มันปวดร้าวนัก

“อย่าทำให้ฉันต้องลืมนายอีกเลย ได้โปรด”

วินเซนต์ลืมตาขึ้น ต้องการคำตอบจากเซฟิรอธจึงลืมตาแล้วจับจ้องไปในดวงตาสีเขียว เซฟิรอธได้แต่ยิ้มน้อย ๆ มันเป็นรอยยิ้มที่เศร้านักจนหัวใจของเขาบิดเกลียว เซฟิรอธไม่ได้ตอบเขา แขนแกร่งประคองกอดร่างในอ้อมกอด เอนกายแนบทับลงบนผืนหญ้า

วินเซนต์ครวญครางเมื่อเซฟิรอธขยับกายเข้าครอบครอง สัมผัสอันเร่าร้อน ตีตราความเป็นเจ้าของ ร่างกายของเขาจำสัมผัสนี้ได้ดีนัก เพราะมันสั่นระริกและตอบสนองเป็นอย่างดี มิใช่เพียงร่างกายเท่านั้น จิตใต้สำนึกและสัญชาตญาณของเขาก็ระลึกได้ หัวใจอิ่มเอิบเต้นระรัวด้วยความปรารถนาแรงกล้า เขาเกาะกอดร่างแกร่งเบื้องบนแน่น ผ่อนกายรับการกดกระแทกด้วยความเต็มใจ

ท่ามกลางความเร่าร้อน อ้อมแขนที่กอดประคองวินเซนต์กลับอบอุ่นและอ่อนโยนนัก ปีกสีดำโบกสะบัด ขนนกปลิวกระจายก่อนจะห่อคลุมสองร่างเข้าด้วยกัน ราวกับปกป้องคุ้มครองในอ้อมอกของขนนกนุ่มละมุน

วินเซนต์ไม่อยากลืมความรู้สึกนี้ ความอบอุ่นของการถูกโอบกอดด้วยบุคคลผู้นี้ แม้มันคือความทรงจำแห่งบาปอันร้ายแรงเมื่อครั้งได้ถูกป้อนผลแอปเปิลอีเดนต้องห้าม แต่เขาได้เลือกมันแล้ว แม้มันคือเสี้ยวแห่งความโหดร้ายที่สุดแห่งชีวิต แต่มันก็คือความผูกพันที่ก่อกำเนิดขึ้นมาในหัวใจโดยที่เขาไม่รู้ตัว สายใยที่สอดประสานพวกเขาเข้าด้วยกัน

ไม่อยากทรมาน ไม่อยากตามหา ไม่อยากลืมอีกแล้ว

ได้โปรด

“รักนะ ... ฉันรักนายนะ เซฟิรอธ” ท่ามกลางความรู้สึกเสียวซ่าน วินเซนต์เอ่ยคำ ๆ นี้ออกมาอย่างยากลำบากนัก น้ำเสียงโหยสะอื้น ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านใกล้จะเสร็จสม

“ฉันก็เหมือนกัน วินเซนต์ ฉันก็เหมือนกัน” เซฟิรอธกระซิบตอบ เขาแนบริมฝีปากจูบวินเซนต์อย่างดูดดื่มหวานล้ำ จากนั้นก็ขยับกาย เร็วขึ้นและแรงขึ้น สอดประสานสองร่างให้เป็นหนึ่งเดียว

ความทรงจำทั้งหมดฉายวาบขึ้นมาในสมองของวินเซนต์ ทุกภาพ ทุกฉาก เขาจดจำความรู้สึกทั้งหมดที่เคยรับรู้ สองเดือนแห่งพันธนาการบาปหนา อสูรในร่างที่อาละวาดควบคุมไม่อยู่กลับนิ่งสงบยอมจำนนเชื่อฟัง กลับไปอยู่ในความมืดมิดของจิตวิญญาณ และเฝ้ารอเสพสมความสุขสุดยอดของร่างที่สิงอยู่ที่ถูกปลดปล่อยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

วินเซนต์จำได้แล้ว เข้าใจทุกอย่าง รวมถึงเหตุผลที่เขาลืมเลือนมันไป ความทรงจำทุก ๆ อย่างในส่วนลึกของหัวใจ เขาจำได้เมื่อของเหลวอุ่นร้อนถูกปลดปล่อยออกมาจากร่าง รวมทั้งร่างกายที่ตอบรับความร้อนจัดที่พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง

กลิ่นกายของร่าง สัมผัสแห่งความเสร็จสม ไม่ผิดแน่ ความคุ้นเคยที่เขาตามหา สิ่งที่ติดอยู่ในหัวใจมานาน

“… ฉัน ... ไม่ได้ฝันไป ... ใช่ไหม ... เซฟิรอธ … “ วินเซนต์ครางกระซิบผ่านลมหายใจหอบสะท้านเหนื่อยอ่อนหลังปลดปล่อย

เซฟิรอธขยับใบหน้าจูบวินเซนต์อย่างอ่อนโยนที่ริมฝีปาก “... หลับเถิด วินเซนต์ของฉัน ...”

สิ้นเสียงทุ้มต่ำ เปลือกตาของวินเซนต์ก็หนักอึ้งจนต้องปิดลง สติของเขาเลือนรางลงทุกที เขารู้สึกถึงอ้อมแขนที่ขยับประคองร่างของเขาขึ้นนอนอิงบนร่างแกร่ง

“ไม่ ... ฉันไม่อยากไป ... อย่าทำให้ฉันต้องลืมอีกเลย ... ได้โปรด … “

“นายเป็นของฉันชั่วนิรันดร์”

วินเซนต์รู้สึกถึงริมฝีปากที่ประทับตรงหน้าผาก และสัมผัสอ่อนโยนของขนนกอ่อนนุ่มที่ห่อล้อมกาย ร่างแกร่งที่แนบชิดอยู่ค่อย ๆ ผละห่างออกไปเรื่อย ๆ

“เซฟิรอธ ... อย่าจากฉันไป ... “

“เงาของฉันจะอยู่ข้างนายตลอดไป”

วินเซนต์พยายามลืมตา พยายามขยับตัว แต่เขาขยับไม่ได้ ขนนกโอบอุ้มเขา พาร่างลอยขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วสติของเขาก็ดับวูบลง สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ดังก้องในหัวใจ

“ฉันรักนาย วินเซนต์”

*********************************

วินเซนต์รู้สึกตัวอีกที เขาก็นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียงในห้องเล็ก ๆ ที่เพดานไม่คุ้นเอาเสียเลย เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง เหลือบมองไปรอบ ๆ เขาปวดหัวอย่างแรง ร่างกายดูอ่อนเพลียนัก

ประตูเปิดออก ซิดเดินเข้ามาพร้อมกับยิ้มกว้าง “อ้าว ตื่นแล้วเหรอ ดีจริง ๆ ชีร่ากำลังเป็นห่วงอยู่เลย บอกว่าถ้านายยังไม่ฟื้นในอีกสิบนาที จะให้ฉันไปตามหมอมาดูอาการนายน่ะ”

“ฉัน … มาอยู่ที่นี่ได้ไง?” วินเซนต์เหลือบมองซิดด้วยสายตางุนงง

ซิดยักไหล่ “มีคนโทรมาบอกฉัน ใช้มือถือนายโทรน่ะ บอกว่านายกำลังแย่ ให้ฉันมารับอย่างเร็วที่สุด ดีนะที่นีเบลเฮล์มอยู่ไม่ไกลจากร็อคเก็ตทาวน์ ฉันเลยไปเอาตัวนายมานี่ได้ทันท่วงทีไง”

“ใครโทร?”

“ไม่รู้สิ เป็นเสียงผู้ชายทุ้ม ๆ หน่อย น้ำเสียงคุ้นมากเหมือนเคยได้ยิน แต่นึกไม่ออกว่าใคร ... พอฉันไปถึงก็เห็นนายอยู่คนเดียว นอนสลบหมดแรงอยู่ตรงทุ่งหญ้าหลังหมู่บ้านน่ะ”

“อ้อ เหรอ … ขอบใจนะ ซิด”

“ไม่เป็นไร ... อ้อ เดี๋ยวฉันลงไปบอกชีร่าก่อนว่านายฟื้นแล้ว หล่อนจะได้หมดห่วง” ว่าแล้วซิดก็โบกมือ แล้วออกไปจากห้อง

วินเซนต์เหลือบมองไปยังโทรศัพท์มือถือของตัวเอง มันวางอยู่ที่โต๊ะตรงหัวเตียง ปืนของเขาก็วางอยู่ด้วยกัน

รวมทั้งขนนกสีดำอันหนึ่งด้วย

ความรู้สึกแปลกประหลาด ความฝันที่ทำให้รู้สึกโหยหาอาลัย ริมฝีปากร้อนผ่าว ความอบอุ่นที่หวนหาในอกเหมือนอยู่ในอ้อมอกของขนนกที่นุ่มละมุน

น้ำตาของวินเซนต์ไหลอาบแก้มเงียบ ๆ

************************

END

Title : The Other Side of Eden – Sephiroth POV
Author : BeeJang

************************

มัจจุราชที่งดงามของฉัน

เพื่อนาย ฉันจะไม่ยอมสูญสิ้นไปจากโลกนี้

อย่าห่วงเลย ฉันไม่ได้จากนายไปไหน เงาของฉันจะอยู่เคียงข้างนายไม่ว่านายจะรู้หรือไม่ก็ตาม

เพียงแต่นายจะต้องลืมฉัน

ฉันรู้ว่ามันอาจจะเจ็บปวด ร่างกายนายโหยหาฉัน บังคับให้จิตใจว้าวุ่นจนต้องออกตามหาฉันด้วยความอาวรณ์ห่วงหา ฉันทำให้นายเป็นแบบนี้ ฉันรู้ตัวดี แต่ฉันก็ห้ามไม่ได้

ใช่ ฉันรู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นนายแล้ว นายคือหนึ่งในลางแห่งความตายของฉัน ยมทูตยกคมเคียวสูงและบั่นทอนชีวิตของฉันลอยเด่นอยู่เบื้องหลัง แต่ฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะลิ้มลองและครองครองนาย แบ่งปันป้อนผลแอปเปิลอีเดนต้องห้ามให้นายร่วมลิ้มลองพร้อมกันกับฉัน ฉันอยากช่วยนายให้หายทรมาน การต้องมองเห็นคนที่งดงามเช่นนายจมอยู่กับเศร้า มันทำให้ฉันเจ็บ แม้การช่วยนายจะทำให้ฉันลางมรณะของฉันชัดขึ้นและมาเร็วยิ่งขึ้น แต่ฉันก็ยินดียอมรับมัน

ฉันคาดไม่ถึงว่าลางแห่งความตายฉันกลับเป็นชนวนให้กับลางแห่งความตายของนาย ลางนั้นรุนแรงขึ้นเมื่อนายกับฉันผูกพันกัน กลายเป็นความตายอันนิรันดร์ที่ทำให้นาย ผู้มีร่างและชีวิตกึ่งอมตะทนทุกข์อยู่กับความรู้สึกผิด ความเศร้าและความรัก

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกรีดดาบลงบนวิญญาณบริสุทธิ์ของนาย ไม่ได้ปรารถนาให้นายตายทั้งเป็น ฉันแค่อยากหยุดความอยากตายของนายหลังจากที่นายหันปลายกระบอกปืนมาทางฉัน แววตาของนาย ฉันมองเห็นความรวดร้าวนั้น มันทำให้หัวใจของฉันแตกสลายไปด้วย

นายต้องลืมฉัน คิดซะว่ามันคือความฝัน ฝังความทรงจำนั้นลงในส่วนลึกของจิตใจ ลืมมันเพื่อจะได้บรรเทาลางมรณะนั้นลง

ฉันแน่ใจในความผูกพันของเราสองคน เส้นด้ายแห่งโชคชะตาอันแน่นแฟ้นของเราจะไม่มีวันขาดลง ถึงแม้นายจะลืมฉัน ฉันก็ไม่กลัวว่านายจะนอกใจ เพราะมีแต่ฉันเพียงผู้เดียวที่จะกระตุ้นร่างของนายให้ตอบสนองได้

ไปเถิด วินเซนต์ โบยบินกลับไปสู่โลกของนายด้วยปีกที่ฉันเป็นผู้ร่วมสร้าง

นายเป็นของฉันชั่วนิรันดร์

ฉันรักนาย

**************************

END


FanFiction : Final Fantasy VII, Final Fantasy 7, FFVII, FF7
Pairing : Sephiroth/Vincent

Comments